Official Update :

ถึงรอบลงทุน 5 หุ้นกลุ่ม “Growth Stock” ผลงานปี 65 จะทำจุดสูงสุดได้อีกแค่ไหน?

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า หุ้น Growth Stock ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นได้มีการตอบรับปัจจัยจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีนโยบายจะปรับเพิ่มขึ้นดอกเบี้ยและยกเลิกการทำ QE ซึ่งถือว่าหุ้นในกลุ่มดังกล่าวได้รับผลกระทบไปมากพอสมควรแล้วเพราะความคาดหวังที่เล่นรอบในโซนราคาสูง ขณะที่ผลประกอบการยังไม่สามารถเติบโตได้ทัน จึงทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจึงมีแรงขายกระแทกลงมา


แต่อย่างไรก็ตามหากมองในแง่ของพื้นฐานแนวโน้มกำไรยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นประเมินว่าในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นและเป็นตัวหนุนนำตลาด หลังจากที่ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาตลาดโดยรวมมีความกังวลต่อผลการประชุมธนาคารกลางของรัฐบาลหลายๆแห่งเกี่ยวกับนโยบายการเงิน ทั้งนี้หุ้นในกลุ่มดังกล่าว มีโอกาสลุ้นที่จะสามารถกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง


สำหรับหุ้น Growth Stock ในตลาดหุ้นไทยนั้น ไม่มีกลุ่มหุ้นที่เป็นแบบ Growth Stock ที่เป็นกลุ่มเทคโนโลยีเหมือนกับตลาดหุ้นโลก แต่ก็ยังมีหุ้นหลายตัวที่สามารถเลือกให้เป็น Growth Stock ได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมากลุ่มหุ้นดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวแบบปรับฐานมาพอสมควร แต่พื้นฐานของหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง โมเมนตั้มระยะสั้นของกำไรที่จะออกมาเชื่อว่ายังเติบโตได้ดี จึงเป็นกลยุทธ์ภายใต้ธีม “The Return Of Growth Stock”  


โดยเลือก JMT-JMART-HANA-KCE และ WICE ซึ่งมองว่าหุ้นในกลุ่มเจมาร์ทอย่าง JMT และ JMART เป็นหน้าหุ้น Growth Stock อย่างชัดเจน เพราะในปี 64 ที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 100% แต่หากในปี 65 ถ้ายังมีความสามารถทำกำไรที่นิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นประเมินว่าการปรับฐานรอบนี้จึงเป็นโอกาสทยอยสะสม เชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะขึ้นไปทำจุดสูงสุดยังมีอยู่


ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่าง KCE และ HANA ราคาหุ้นปรับฐานอย่างรุนแรง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นวิ่งไปทดสอบที่ระดับ 100 บาท และปรับฐานลงมาที่โซนระดับราคา 70บาทบวกลบ จึงมองว่าอาจจะเกิดสัญญาณรีบาวด์ระยะสั้นได้บ้าง เพราะทิศทางกำไรยังเติบโต และความต้องการสินค้ายังมีต่อเนื่อง ขณะที่การมองหาธุรกิจใหม่ๆที่รองรับ เช่นเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นปัจจัยที่ตอบโจทย์ว่ายังมีสัญญาณของกำไรระยะกลาง


ขณะที่กลุ่มโลจิสติกส์อย่าง WICE ในช่วงที่ผ่านมาถือว่า Outperform ตลาดมาตลอด และทิศทางของกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่ภาพระยะสั้นมี Valuation ที่ตรึงตัวจึงมีจังหวะในการปรับฐาน แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทิศทางของกำไรยังไม่เปลี่ยน และมีสตอรี่ที่ซัพพอร์ตพื้นฐานของบริษัท ดังนั้นเองหุ้นโลจิสติกส์จึงสามารถหยิบยกมาเล่นเก็งกำไรในประเด็นของหุ้น Growth Stock ได้เช่นกัน



JMT
ผ่านปีที่ดี...สู่ปีที่ดีกว่า

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผู้บริหารได้แถลงถึงเป้าหมายในปี 2565 ที่กำไรจะเติบโตไม่น้อยกว่า 45% จากปีก่อน ยอดเก็บเงินสดไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งเพิ่มขึ้นตามขนาดพอร์ตฯที่วางงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% ด้วยความพร้อมที่มากขึ้นหลังการเพิ่มทุน (RO) ทำให้ D/E ลดลงต่ำกว่า 1 เท่า เพื่อเตรียมรับปริมาณหนี้SML-NPLในระบบ 1.5 ล้านล้านบาท ที่คาดออกประมูลไม่ต่ำกว่า 1-2 แสนล้านบาทต่อปี


ขณะเดียวกัน ปลายปีที่ผ่านมาบริษัทประกาศร่วมลงทุนใน JV ภายใต้ KBANK เพื่อดำเนินธุรกิจติดตามบริหารหนี้ เรามองเป็นบวกต่อดีลนี้เพราะ i) เป็นการยืนยันว่าธนาคารพาณิชย์จะไม่ลงมาแข่งขันในธุรกิจบริหารหนี้ฯโดยตรง ii) JMT มีความได้เปรียบคู่แข่งสูงขึ้นในการเข้าถึงอุปทานNPLs iii) ด้วยโครงสร้างแบบ win-win และไม่มีข้อจำกัดจึงมีโอกาสที่ธนาคารอื่นจะมาเจรจาในลักษณะที่คล้ายกัน


ทั้งนี้ JV ข้างต้นคาดจะเริ่มเห็นการโอนหนี้เข้ามาภายในไตรมาส2/65 ก่อนเริ่มรับรู้รายได้-กำไรในครึ่งปีหลังทันที ซึ่งเป็น Upside ของกำไรที่นอกเหนือประมาณการของเราและตลาด (สมมติฐานมูลค่าพอร์ตหนี้เบื้องต้น 10,000 ล้านบาท JV จะสร้างกำไรราว 300-400 ล้านบาทต่อปี คิดเป็น Upside ต่อ JMT ประมาณ7-10%


โมเมนตัมกำไรที่เดินทำสถิติใหม่ 5 ไตรมาสติด (ไตรมาส4/64-ไตรมาส4/65) และโอกาสถูกเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ช่วงกลางปีจะเป็นปัจจัยสนับสนุนใน 3-6 เดือนจากนี้เราปรับราคาเหมาะสมปี2565 ขึ้นเป็น 80.00 บาทต่อหุ้น จากการปรับ P/E จาก 35 เป็น 45 เท่า สมควรที่จะมี premium ในแง่ความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นในระยะยาว



JMART ธุรกิจยังเป็นดาวโรจน์ต่อในปี 2565

แม้ในปีที่ผ่านมาราคาหุ้น JMART ปรับตัวขึ้นสูงสุดใน SET100 แต่ไม่ได้ทำให้ความน่าสนใจลดลง ด้วยความสามารถในการส่งมอบกำไรสถิติสูงสุดใหม่ตามที่นักลงทุนคาดหวังได้ทั้งใน ไตรมาส4/64 และปี 2565 เติบโตอีก 67% จากปีก่อน โดยราว 70% เป็นส่วนแบ่งกำไรหลักจากธุรกิจการเงิน JMT และ SINGER ที่ยังเดินหน้าต่อหลังเพิ่มทุน ขณะธุรกิจค้าปลีก (Mobile-J) ที่ฟื้นตัวจะเป็นอีกแรงหนุน ขณะในระยะกลาง-ยาว ธุรกิจ Tech ที่บริษัทกำลังต่อยอดไปจะเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างในอนาคต ทำให้ราคาหุ้นมี premium P/E สูงต่อเนื่องได้แนะนำซื้อ เป้าหมาย 62 บาท


สำหรับในปี 65 ธุรกิจการเงินจะดีต่อเนื่องจากกำไรของ JMT ที่เติบโต 65% เพราะทยอยซื้อเก็บหนี้เสียในระบบ และ SINGER กำไรเพิ่มขึ้น 89% จากการที่เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนหลังทั้งคู่มีความพร้อมด้านเงินทุน ทว่าธุรกิจอื่นในเครือยังมีพัฒนาการที่ดีขึ้นและเติบโตไม่น้อยกว่า 50% ได้แก่ Mobile คาดกำไร เพิ่มขึ้น 68% คาดรายได้เติบโตไม่น้อยกว่า50% จากการเพิ่มสินค้ากลุ่ม PC,IT และขยายช่องทาง Online+Offline


ส่วน KBJ ฟื้นตัว 38% เพราะจะกลับมาขยายพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลระดับเท่าตัว เตรียมตัวเข้าสู่ธุรกิจ Credit card ในสองปีข้างหน้า นอกจากนี้ J รับรู้รายได้โครงการใหม่(Kubon) เต็มปี และเริ่มพัฒนาบ้านพักผู้สูงอายุเป็น S-Curve ใหม่ นอกจากนี้บริษัทกำลังพัฒนาตนเองเข้าสู่ธุรกิจ Technologyต่อเนื่องและมากขึ้นทั้ง JVentures (Crypto,Techconsultant,Platform) และ Thai Amazon (E-commerce platform) เพื่อ Disrupt ผู้เล่นเดิมในอุตสาหกรรม จะเริ่มชัดเจนในช่วงกลางปี



ปี 65
WICE จะพิเศษกว่ากลุ่ม

นักวิเคราะห์ระบุว่า ผู้เล่นทุกคนจะยังคงกอบโกยกำไรจากการขนส่งทางทะเลในปี 65 แต่ในเวลาเดียวกัน WICE จะเริ่มเก็บเกี่ยวรายได้จาก Cross Border Truck (CBT) เต็มที่ โดยจะรับรู้รายได้เต็มปีจากบริการ LTL (ขนส่งไม่เต็มตู้ มาร์จิ้น 2 เท่าตัวจาก CBT ปกติที่ 15%) และบริการใหม่ Road-Rail (RR) ที่ใช้เครือข่ายขนส่งทางบกใน ASEAN เชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูง จีน-สปป.ลาว ซึ่งคาดจะเพิ่มปริมาณให้ CBT อีกอย่างน้อย 12% และเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นอีก 5-10%


ไตรมาส 4 คาดกำไรนิวไฮครั้งที่ 8 ส่วนปี 65 คาดโตต่ออีก 10.7% ด้วยอัตราค่าระวางเรือตู้สินค้ายังยืนสูงยาวต่อเนื่อง และรายได้จากการขนส่งทางทะเลยังสูงถึง 56% ของรายได้รวม จึงเชื่อว่า WICE จะรายงานกำไรไตรมาส4/64 ที่ 167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180.5% เป็นสถิติใหม่อีกครั้ง ส่วนในปี 65 คาดกำไรจะเดินหน้าต่อจากการได้ CBT มาเป็นตัวเสริม เราคาดกำไรสุทธิปีหน้าที่ 578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% จากปีก่อน



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่