Official Update :

วิเคราะห์ กลยุทธ์ธุรกิจ COM7-SYNEX ทำไมยอดขาย และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง!!

สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยี ถือเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่จะไม่มีทางตกยุค หรือตกรุ่นแต่อย่างใด เพราะสินค้าประเภทนี้จะมีการพัฒนาให้ก้าวล้ำยุคไปข้างหน้า และให้ทันต่อสมัยในช่วงปัจจุบันมาเสมอ ดังนั้นเองธุรกิจสินค้าไอทีจึงถือเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่จะไม่มีวันตกยุคอย่างแน่นอน


เช่นเดียวกันหุ้นที่ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าไอทีต่างๆ อย่าง บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX และบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ที่อยู่ในสายตาจอเรดาร์ของนักลงทุนมาโดยตลอด เพราะแนวโน้มธุรกิจอิงไปกับการพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีต่างๆ


โดย COM7 นอกเหนือจากการเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าไอทีและส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนแล้วนั้นยังได้พัฒนาธุรกิจด้วยการเพิ่มตัวเลือกสินค้าให้กับผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยการขยายไปจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านการรับบริการแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า 30 สาขา ใน Index Living Mall และ การเริ่มจำหน่ายในสาขา Stand Alone ของตนเอง


ขณะที่ SYNEX ก็ได้ปรับกลยุทธ์เน้นสินค้าไฮมาร์จิ้นเพิ่มมากขึ้น ด้วยการรุกตลาด Gaming มากขึ้น โดยจะเริ่มรับรู้รายได้จากการขายสินค้า Gaming Console ภายหลังที่มีการจับมือกับ NADZ จึงทำให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเพื่อนสะท้อนผลกำไรที่จะรับรู้ในปีนี้


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นอาจจะเคลื่อนไหวผันผวนตามภาวะปัจจัยของตลาดหุ้นไทย ที่โดนปัจจัยภายนอกประเทศรุมเร้า จนทำให้ต้องเคลื่อนไหวอย่างผันผวน แต่อย่างไรก็ตาม Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับในแง่ของพื้นฐานปัจจัยหุ้นว่านักวิเคราะห์มองพื้นฐาน และราคาหุ้นที่เหมาะสมของ COM7 และ SYNEX อย่างไรบ้าง



มุมมองพื้นฐาน COM7
และ SYNEX

โดย นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าอัตราการเติบโตของกำไร COM7 จะแข็งแกร่งในปี 65-66 จากการริเริ่มใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ ๆ อย่างเช่น การขยายสาขาร้านใหม่โดยใช้แนวคิดร้านแบบ stand alone


ประกอบกับจับมือเป็นพันธมิตรกับ vendors อย่างเช่น realme อีกทั้งร่วมมือกับ Big C Supercenter, True และ Index Living mall และเดินหน้าขยายสาขาร้าน Brandshop อย่างเช่น Xiaomi จำนวนร้าน Brandshop เพิ่มขึ้นเป็น 93 ร้าน ซึ่งจะทำให้ COM7 ขยายตลาดออกไปเกินกว่า Smatphone ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท


นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของรัฐบาล (ช้อปแล้วจ่ายคืน) ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยหนุนอุปสงค์ในไตรมาส 1/65 ดังนั้น จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 64-65 ขึ้นอีก 10-17% ตามลำดับ ถึงแม้เราจะคาดว่ากำไรของ COM7 จะโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 56% ในปี 64 แต่ยังเชื่อว่ากำไรของ COM7 จะยังโตได้ถึง 35% ในปี 65-66


ดังนั้นปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 65 ขึ้นจากเดิมที่ 82 บาทเป็น 95 บาท อิงจาก PER เท่าเดิมที่ 36.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นในกลุ่ม +1.0 S.D.) ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมีกลยุทธ์ธุรกิจชัดเจนที่จะสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว และยังจะได้อานิสงส์ในระยะสั้นจากมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของรัฐบาลด้วย เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ COM7


ขณะที่ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อ SYNEX ว่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 42 บาท อิง  PERปี 65 ที่ 36 จากเดิมที่ 36 บาท โดยเป็นผลจากการปรับประมาณการกำไรปกติ และre-rate PER ขึ้น เพื่อสะท้อนระดับ GPM ที่สูงขึ้นในระยะยาว ประเมินกำไรปกติ ไตรมาส 4/64 ที่ 221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% ทำสถิติสูงสุดใหม่จากยอดขาย iPhone และiPad ที่เพิ่มขึ้น และเริ่มรับรู้ รายได้จากการขาย Gaming Console


โดยนักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรปกติ (ไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน) เพิ่มขึ้นเป็น 982 ล้านบาท โต 28% จากการปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นเพื่อสะท้อนสัดส่วนยอดขายสินค้า Gaming (สินค้า High margin) ที่จะเพิ่มขึ้น ภายหลังที่บริษัทได้ร่วมมือกับ NADZ (ผู้ขายสินค้าเกม Console ทั้ง PlayStation และNintendo) และบริษัท เนคท์ เจเนอเรชั่น อินโนเวชั่น (หรือ NGIN ผู้นำเข้าแผ่นเกม,อุปกรณ์ และเครื่องเกม Console) รวมทั้งรายได้กลุ่ม Commercial ที่จะเพิ่มขึ้น จากการที่บริษัทได้ทำการตลาดเชิงรุก โดยได้ขาย และให้บริการด้าน IT Solution



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่