Exclusive หุ้น mai : SUN กำลังยกระดับสินค้าเกษตร สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงบุกสู่ตลาดโลก
ผู้ประกอบการข้าวโพดหวานส่งออกสู่ตลาดโลก อย่าง SUN หรือ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ได้วางกลยุทธ์การเติบโต ที่ SUN จะไม่ใช่เพียงแค่สินค้าเกษตรคอมมูนิตี้ แต่จะก้าวเข้าสู่อาหารพร้อมทาน อาหารเพื่อสุขภาพ แต่หากถามถึงในเรื่องของอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจก็มีอยู่จำนวนมาก แต่แม่ทัพใหญ่อย่าง “คุณองอาจ กิตติคุณชัย” ยังสามารถนำพา SUN สร้างการเติบโตได้อย่างแข็งกร่ง ภายใต้จุดแข็ง “สินค้าคุณภาพ ได้มาตรฐานระดับโลก” ซึ่งจะมีกลยุทธ์อะไรทำให้ SUN เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง บทความนี้มีคำตอบมาให้แล้ว
คุณองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUN เปิดเผยกับ Wealthy Thai ว่า ในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา อุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอย่างแรกคือ โลจิสติกส์ ที่มีอัตราขนส่งสูงขึ้น และหายากมากขึ้น รวมทั้งการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การประกอบธุรกิจไม่สะดวกมากนัก แต่บริษัทก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตามการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการได้ตื่นตระหนักในการซื้อสินค้าประเภทอาหารมากขึ้น เพื่อสต๊อกเอาไว้ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย SUN ได้มีการปรับเพิ่มราคาขายสินค้าขึ้นอีก หลังจากมีอุปสรรคดังกล่าว เพื่อชดเชยค่ากระป๋องหรือแพ็กเก็จจิ้งที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นโดยรวมแล้วในปี 2564 SUN ยังสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย เพิ่มขึ้นไม่น้อยก่า 10% ตามแผนงาน ประกอบกับค่าเงินบาทในปีที่ผ่านมามีการอ่อนตัวลงทำให้ SUN ได้รับผลบวกอีกด้วย
ทั้งนี้ในปี 2565 SUN จะไม่หยุดการเติบโตไว้เพียงแค่นี้ โดยวางเป้าหมายยอดขายให้เติบโตอีก 10-15% เพมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ผ่านมา โดย SUN จะมุ่งผลิตสินค้าที่มูลค่าสูงมากขึ้น รวมทั้งเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อชดเชย และทดแทนแรงงานที่ค่อนข้างจะขาดแคลน ประกอบกับ SUN ได้เกินหน้าปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิต โดยเฉพาะงานวัตถุดิบกับเกษตรกร เพื่อให้มีผลตอบแทน หรือผลผลิตต่อไร่เพื่อสูงขึ้นอีกด้วย
โดยการเติบโตของ SUN ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก การรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตใหม่ของโรงงาน Mini Factory เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าสูงพร้อมรับประทาน ที่จะส่งจำหน่ายภายในประเทศ โดย SUN มีแผนขยายตลาดภายในประเทศเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นส่วนของร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ 50,000-70,000 ชิ้นต่อวัน มีแผนจะเพิ่มให้เป็น 70,000-100,000 ชิ้นต่อวัน และ SUN ยังมีแผนขยายไปยังโรงแรม และร้านอาหาร หลังจากเชื่อว่าสถานการณ์โควิด-19 ที่จะคลี่คลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มผลิตภัณฑ์อาหารจากเกษตร ทานเพื่อสุขภาพอีกด้วย
“Mini Factory ผลิตสินค้าอาหารพร้อมทาน อาหารสุขภาพ อาหารที่มีมาร์จิ้นสูง โดยกำลังการผลิตสามารถขยายกำลังผลิตสูงสุดได้ถึง 70,000-100,000 ชิ้นต่อวัน”คุณองอาจ กล่าว
มาถึงทางด้านตลาดส่งออกกันบ้าง คุณองอาจ บอกว่า การส่งออกไปยังต่างประเทศนั้น SUN จะมุ่งขยายและใกล้ชิดกับลูกค้าเดิมที่ขาดการพบปะกันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ได้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น รวมทั้งยังบอกอีกว่า SUN จะไม่ใช่แค่สินค้าเกษตรคอมมูนิตี้ แต่จะก้าวเข้าสู่อาหารพร้อมทาน อาหารเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโพดหวาน มันหวานญี่ปุ่นเผา มันหวานญี่ปุ่นสีม่วงเผา มันหวานญี่ปุ่นสีส้มเผา ถั่วลายเสือ ธัญพืชรวม Functional food เป็นต้น เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าของบริษัทอีกด้วย
“SUN มีการส่งออกสินค้ารวมๆกว่า 50-70 ประเทศทั่วโลก มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกเกินกว่า 70% โดยในปี 65 มีแผนจะเพิ่มตลาดในประเทศมากขึ้น แต่ SUN มองว่าการส่งออกยังจะเป็นสัดส่วนที่มากกว่า 70%เช่นเคย เพราะถือเป็นตลาดที่ใหญ่ อย่างไรก็ตาม SUN มีการส่งออกในสัดส่วนที่สูง ซึ่งมีจุดแข็งเป็นสินค้าคุณภาพ ได้มาตรฐานระดับโลก โดยสินค้าของ SUN ได้รับมาตรฐานระดับโลก มีการส่งมอบอย่างถูกต้อง และตรงต่อเวลาโดยตลอด”
หัวใจหลักสำคัญที่จะทำให้ SUN ประสบความสำเร็จ โดย SUN ยังคงเดินหน้ามุ่งเน้นในเรื่องของคุณภาพ และเพิ่มปริมาณ รวมทั้งขยายสินค้าของไปยังหมวดอาหารเพื่อสุขภาพ ขณะที่พลังงานสะอาดอย่าง Biogas จะเริ่มผลิตเต็มปีในปี 2565 ช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าราว 10 –20 ล้านบาท/ปีอีกด้วย
เช่นเดียวกันกับเทคโนโลยีการเกษตร โดยจะสนับสนุนในเรื่องของคุณภาพที่ดีขึ้น สวนทางต้นทุนที่ถูกลง รวมทั้งได้ปริมาณการผลิตได้อย่างสม่ำเสมอ มีเสถียรภาพ นอกจากนี้ SUN ยังวางงบลงทุนไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท เพื่อรองรับการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้ดียิ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด และผลิตสินค้าใหม่ๆได้มากขึ้น
และอีกหนึ่งแผนที่น่าจับตาของ SUN คือ การขยายธุรกิจสู่ กัญชง ที่ล่าสุด SUN ได้รับใบใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคุณองอาจ บอกกับเราว่า แผนการขยายไปสู่การปลูกพืชกัญชงที่ล่าสุดบริษัทได้รับใบใบอนุญาตแล้วนั้น คาดว่าจะเห็นผลภายในปี 2565 โดยมีการลงทุนทั้งในเรื่องของโรงเรือน บุคคลากร การวางแผนการเพาะปลูกตั้งแต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งระยะแรกมีการปลูกจำนวน 2 ไร่ คือ ในร่ม 1 ไร่ และกลางแจ้ง 1 ไร่ หลังจากนั้นมีแผนขยายเพิ่มเติม ตามความต้องการของตลาด ซึ่ง SUN มีพื้นที่รองรับกว่า 350-1,000 ไร่ จึงมีความพร้อมขยายได้ตลอดเวลา
สุดท้ายนี้ คุณองอาจ บอกอีกว่า SUN ยังมองถึงการดูแลผู้ถือหุ้นทั้งรายเล็กรายใหญ่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ตามพื้นฐานที่ผ่านมา 3 ปี SUN ถือเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุน ทั้งเงินปันผล ขณะที่ราคาหุ้นก็มีเสถียรภาพอีกด้วย ดังนั้นท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 เวชภัณฑ์ยารักษาโรค และอาหาร คือ ปัจจัยสำคัญที่สุด โดยหุ้นที่มีผลประกอบการที่มีเสถียรภาพ และการเติบโตมีความส่ำเสมอ นักลงทุนควรพิจารณา
ทางด้านมุมมองของนักวิเคราะห์ได้ออกมาประเมิน SUN ไว้อย่างน่าสนใจเช่นกัน โดยบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คงมุมมองบวกต่อผลประกอบการของ SUN ที่คาดจะทำ New High ได้ต่อในปี 2565 ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER65 ต่ำเพียง 14 เท่า เทียบกับกลุ่มอาหารที่ 16 เท่า แต่ด้วยผลประกอบการที่เติบโตสูง ทำ New High ต่อเนื่อง และลักษณะของรายได้ไม่ได้ผันผวนตามราคา Soft Commodity จึงประเมินว่า SUN ควรซื้อขายที่สูงกว่ากลุ่ม คาดตลาดจะกลับมาให้ความสนใจอีกครั้งหลังงบออก คงคำ แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ที่ 8.60 บาท และคาดปันผลจ่ายงวดครึ่งหลังปี 64 ที่ 0.11 บาท
ทั้งนี้คาดผลประกอบการจะทำ New High ต่อในปี 2565 จาก 1.บริษัทมีแผนขยายตลาดใหม่ต่อเนื่อง เช่นในอังกฤษ ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่เป็น Top 3 ของโลก, ตะวันออกกลางที่เริ่มมีออเดอร์มากขึ้นหลัง เริ่มเจาะตลาดในปี 2564 2.กลุ่ม RDE จะรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตใหม่ของโรงงาน Mini Factory ได้เต็มปีโดยบริษัทตั้งเป้าการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยที่ 1 แสนชิ้น/วัน สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ราว 7 หมื่นชิ้น/วัน และมีแผนในการออกสินค้าใหม่ในกลุ่มนี้ต่อเนื่อง คาดมีอย่างน้อย 2 ชนิดในไตรมาส 1/65 และการจับมือร่วมกับ SVT จะช่วยเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย
3.บริษัทมีแผนปรับปรุงและลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการผลิต (ปัจจุบัน U-rate อยู่ที่ 80% จาก Cap 218,000 ตัน/ปี) รองรับการเติบโตของคำสั่งซื้อที่มากขึ้น และลดการใช้แรงงานหนุน GPM คาดแล้วเสร็จในไตรมาส 3/65
4.โครงการผลิตไฟฟ้าจาก Biogas จะเริ่มผลิตไฟฟ้าได้เป็นปีแรก ช่วยลดค่าใช้จ่ายราว 20– 30 ล้านบาท/ปี (คิดเป็นสัดส่วน 8-10% ของกำไรปี 2564) ขณะที่ปัจจัยกดดันอย่างราคาต้นทุนอลูมิเนียม มองว่าไม่น่ากังวลนัก เพราะบริษัทสามารถปรับราคาขายขึ้นจากลูกค้าได้ ชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด คงประมาณการกำไรปกติที่ 298 ล้านบาท เติบโต 18.7%จากปีก่อน

