SVI หุ้น 1 เด้ง พื้นฐานดี แต่ราคาสูงไปแล้วหรือเปล่า?

ตลาดหุ้นบ้านเราได้รับแรงกดดันต่างๆ มากมายรอบด้าน ทั้งการระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งไม่มีท่าทีว่าจะมีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และล่าสุดก็ยังมีปัจจัยกดดันเข้ามากระทบอีกครั้งคือ การชุมนุมเพื่อขับไล่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งต้องจับตาดูว่าบทสรุปจะเป็นเช่นไร แต่ที่แน่ๆ เมื่อมีปัญหาทางการเมื่อง ย่อมส่งผลต่อ sentiment เชิงลบต่อตลาดทุนอย่างสิ้นเชิง

ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรบ้างเข้ามากระทบต่อตลาดทุนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (20 ต.ค.63) แต่พบว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หมวดอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น และเพิ่มขึ้นมากที่สุดของตลาดหลักทรัพย์ โดยในวันดังกล่าวปิดบวกที่ 2,989.62 จุด เพิ่มขึ้น 131.55% จากต้นปีถึงปัจจุบัน สวนทางกลับ SET ที่ลดลง 23.37% ของช่วงเวลาเดียวกัน

จากข้อมูลดังกล่าว เป็นการรายงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (21 เม.ย.-20 ต.ค.63) พบว่า ราคาหุ้นในแต่ละตัวปรับเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น SVI ที่ถือเป็นหุ้นที่มี P/E อยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่ม โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นเพิ่มขึ้นสูงถึง 147% เมื่อเทียบกับราคาปิดก่อนหน้า แล้วปัจจัยอะไรที่เข้ามาสนับสนุน SVI วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

สำหรับ SVI หรือ บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแบบครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (Electronics Manufacturing Service?EMS) ให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Original Equipment Manufacturer: OEM) และลูกค้าที่เป็นผู้รับจ้างออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design House) โดยบริษัทเริ่มดำเนินงานจากการรับจ้างประกอบแผงวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ต่อมาเมื่อมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นจึงได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เป็นการมุ่งเน้นด้านการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (Turnkey Box-Build) และการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปประเภทงานระบบ (System-Build)

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาผลประกอบการถือว่ามีความผันผวนสูง โดยปี 59 มีรายได้ 12,445.31 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,602.67 ล้านบาท จากนั้นปี 60 รายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 12,681.57 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเหลือเพียง 491.32 ล้านบาท ขณะที่ปี 61 รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 15,791.92 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 802.86 ล้านบาท ส่วนปี 2562 รายได้ 15,242.17 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิอยู่ในระดับต่ำเพียง 371.69 ล้านบาท โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาแม้ตัวเลขรายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขกำไรสุทธิกลับผันผวน และถือว่าลดลงอย่างมากเช่นเดียวกัน

ล่าสุดงวด 6 เดือนแรกของปี 63 มีตัวเลขรายได้เพียง 7,531.49 ล้านบาท แต่ทำกำไรสุทธิสูงถึง 335.24 ล้านบาท เกือบเท่ากับทั้งปี 62 โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 4.45 % เทียบกับปี 62 ที่อยู่ระดับเพียง 2.44% แม้ว่าในในไตรมาส 2/2563 จะได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แต่พบว่า อุปกรณ์ในกลุ่มไมโครอิเล็กทรอนิกส์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หรือทำสัดส่วนยอดขายเพิ่มเป็น 15% จากยอดขายรวม จากปีก่อนที่มีสัดส่วนยอดขายประมาณ 3% โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา

ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทอรนิกส์ที่นำไปใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Industrial Security Product และนำไปใช้ในระบบควบคุมอุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์และรับส่งข้อมูลผ่านเส้นใยแก้วนำแสงที่มีเทคโนโลยีสูง และเป็นธุรกิจใหม่ของ SVI มีอัตราการเติบโตที่ดีเช่นกัน

ล่าสุดผู้บริหารอย่างนายสมชาย สิริปัญญานนท์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ SVI ออกมาบอกว่า กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ในภาคอุตสาหกรรม มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญกับการแพร่ระบาด COVID-19 โดยพบว่า ผลิตภัณฑ์ป้ายแสดงราคาสินค้าอิเล็กทรอนิคส์ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกมีอัตราการขยายตัวโดดเด่น หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 21.2% ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2,037 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 จากปัจจุบันที่มีมูลค่าตลาด 690 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงเป็นโอกาสในการรุกตลาดดังกล่าวอีกด้วย

ถ้ามาดูในมุมของพื้นฐาน กำไรสุทธิในปี 2563-64 ยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะยอดคำสั่งซื้อที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง จากการได้ลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าเพิ่มคำสั่งซื้อมากขึ้น ทำให้การดำเนินการผลิตของโรงงานสูงขึ้น ส่งผลบวกต่อประสิทธิภาพการทำกำไรให้ดีขึ้นด้วย อ้างอิงจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ที่ประเมินปี 63 กำไรปกติปี 63-64 จะเพิ่มขึ้นถึง 59.50% YoY และ 14.70% YoY ตามลำดับ

ส่วนไตรมาส 3/63 นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) บอกว่า ประเมินกำไรหลักที่ 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% YoY และ 11% QoQ และมองว่า SVI จะเติบโตได้โดดเด่นในครึ่งหลัง 63 โดยคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มหลักอย่างกล้อง IP ที่ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ อีกทั้งมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงคำสั่งซื้อใหม่จากกลุ่มสินค้าป้ายราคาดิจิตอลที่เข้ามาหนุน

แต่ในส่วนของราคาหุ้นถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าเป้าหมายนักวิเคราะห์อย่างมาก ซึ่งนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แม้จะปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 4.26 บาท เป็น 5 บาท และยังคงคำแนะนำ ซื้อ แต่ราคาล่าสุดของวันที่ 20 ต.ค.63 ปิดที่ 5.40 บาท เช่นเดียวกันกับนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ที่ปรับไปใช้ Fair value ปี 64 เท่ากับ 4.50 บาท โดยบอกว่า ราคาหุ้นได้สะท้อนมูลค่าพื้นฐานปี 64 ไปแล้วจึงลดคำแนะนำเป็น Switch (จากเดิม ซื้อ)

รอราคาย่อมา 5 บาท ค่อยเข้าซื้อ

นายเอกภาวิน สุนทราภิชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ได้ออกมาพูดผ่านรายการ wealty talk ในทำนองเดียวกันว่า ราคาหุ้น SVI บวกขึ้นไปเกือบชน 6 บาทแล้ว เราควรรออ่อนตัวลงมาราวๆ 5 บาทจึงเข้าซื้อ ซึ่งหุ้นกลุ่มนี้ต้องระวังงบไตรมาส 3 รายงานออกมา เพราะจะเกิด sell on fact โดยไตรมาส 4 จะเริ่มซอร์ฟแล้ว ตามปัจจัยฤดูกาล โดยหุ้นกลุ่มนี้น่าสนใจลงทุนระยะยาว แต่ถ้าจะซื้อลงทุนต้องรอราคาปรับตัวลงมาก่อน ตอนนี้ให้เป็นเล่นสั้นๆ เพราะว่าราคาขึ้นไปเยอะแล้ว หากซื้อแล้วราคาลงและไม่ CUT อาจจะติดที่ราคาสูง ดังนั้นอาจจะรอซื้อตอนราคาต่ำๆ หรือซื้อในสัดส่วนที่ไม่เยอะก่อน เพราะมองว่าอิเล็กทอรนิกส์มีอนาคต โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปยังดิจิตอลแพลตฟอร์มแล้ว ซึ่งก็หนีไม่พ้นกลุ่ม อิเล็กทอรนิกส์ จึงมองอนาคตยังดีอยู่ เพียงแต่ว่าตอนนี้ราคาขึ้นไปเยอะมาแล้ว

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us