เปิดโผ 2 หุ้นเด่นในตลาดหุ้นไทย มีลุ้นที่ MSCI จะปรับพอร์ตเข้าลงทุน
จากกรณีที่ MSCI จะมีการปรับการลงทุน และอาจจะปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน โดยจะนำ 2 บริษัทในตลาดหุ้นไทยเข้าไปคำนวณครั้งใหม่ในรอบนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อในวันที่ 9 ก.พ.65 นี้ และจะมีการปรับน้ำหนักการลงทุนจริงในวันที่ 28 ก.พ. 65 โดยตามปกติแล้วหุ้นที่มีโอกาสจะได้รับเข้าคำนวณในดัชนี MSCI ได้รับการเก็งกำไรในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการประกาศรายชื่อว่าได้รับการเข้าคำนวณ
โดยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าหุ้นที่ได้รับการเข้าคำนวณในการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งนี้ของ MSCI ได้แก่บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 และบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินจากกองทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในหุ้น COM7 จากการที่ MSCI ปรับพอร์ตและได้นำเข้าไปคำนวณในครั้งนี้ประมาณ 73 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 2,409 ล้านบาท) ขณะที่ KCE จะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุน จำนวน 108 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 3,564 ล้านบาท)
ด้านนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สาเหตุที่หุ้น COM7 และ KCE จะได้รับการเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Global Standard Indexes เพราะเป็นเรื่องของสภาพคล่องการซื้อขายหุ้นที่มีมูลค่าตามเกณฑ์ อีกทั้งขนาดของบริษัทมีเพียงพอและสามารถตอบโจทย์รองรับการลงทุนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
โดยเชื่อว่าหาก COM7 และ KCE ได้รับการเข้าคำนวณในดัชนีดังกล่าวจริงหลังจากที่จะประกาศรายชื่อหุ้นที่ได้รับการเข้าคำนวณ จะเป็นโมเมนตัมเชิงบวก โดยเฉพาะจะมีเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ทั้งนี้ราคาหุ้นจะมีผลตอบสนองในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนที่หุ้นจะได้รับการปรับน้ำหนักประมาณ 7-12% สำหรับคำแนะนำเก็งกำไร KCE โดยประเมินราคาเป้าหมาย 97 บาทต่อหุ้น ขณะที่ COM7 สามารถเก็งกำไรช่วงสั้นรับข่าวการเข้าคำนวณได้
สำหรับปัจจัยพื้นฐาน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ภาพธุรกิจของ KCE ยังดีมากตามกลุ่มลูกค้ารถยนต์เติบโตทุกภูมิภาค มีความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ บริษัทเริ่มปรับราคากว่า 5% ตั้งแต่ในช่วงไตรมาส2/64 เพื่อชดเชยต้นทุนทองแดงสูงขึ้น
โดยโมเมนตัมจะเข้าช่วงพีคในไตรมาส4/64 ซึ่งคาดกำไรอยู่ที่ 723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 20% จากงวดไตรมาส3/64 จากทั้งรายได้เพิ่มตามกลุ่มรถยนต์ที่เติบโตในทุกภูมิภาค และ Margin ปรับขึ้น ตามอัตราใช้ผลิตเพิ่มขึ้นโดยรวมสถานการณ์จะดีกว่าไตรมาส 3 ที่ยังมีผลกระทบจากโควิด ทั้งนี้คาดกำไรในปี 65 จะยังเติบโต 35% จากปีก่อน เพราะการเพิ่มกำลังการผลิตในช่วง 3 ปีนี้อีก 72%
สำหรับ Valuation ราคาหุ้นปรับฐานลงมาซื้อขาย PER 65 ที่ 26 เท่า เป็นจุดน่าซื้อกลับรอบใหม่และต่ำกว่าช่วงที่ผ่านมาซื้อขายที่ 34 เท่า ส่วนCatalyst มองเป็นโซนสะสมหุ้นกลับ หลังปรับฐาน -20% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน และมีปัจจัยบวกระยะสั้นบาทอ่อนค่า เห็นสัญญาณฟื้นตัวหุ้นกลุ่มเทคฯในสหรัฐ
ขณะที่ COM7 นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าอัตราการเติบโตของกำไร COM7 จะแข็งแกร่งในปี 2565-66 จากการเริ่มใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ ๆ อย่างเช่น การขยายสาขาร้านใหม่โดยใช้แนวคิดร้านแบบ Stand alone ประกอบกับจับมือเป็นพันธมิตรกับ vendors อย่างเช่น realme
อีกทั้งร่วมมือกับ Big C Supercenter, True และ Index Living mall และเดินหน้าขยายสาขาร้าน Brandshop อย่างเช่น Xiaomi ซึ่งจะทำให้ขยายตลาดออกไปเกินกว่า Smatphone ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของรัฐบาล (ช้อปแล้วจ่ายคืน) ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยหนุนอุปสงค์ในไตรมาส1/65 ดังนั้น จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 64-65 ขึ้นอีก 10-17% ตามลำดับ ถึงแม้เราจะคาดว่ากำไรของ COM7 จะโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 56% ในปี 2564 แต่เรายังเชื่อว่ากำไรของ COM7 จะยังโตได้ถึง 35% ในปี 2565-66
ดังนั้นปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ขึ้นจากเดิมที่ 82 บาทเป็น 95 บาท อิงจาก PER เท่าเดิมที่ 36.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นในกลุ่ม +1.0 S.D.) ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมีกลยุทธ์ธุรกิจชัดเจนที่จะสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว และยังจะได้อานิสงส์ในระยะสั้นจากมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของรัฐบาลด้วย เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ COM7

