กำเงินรอ ! TU เตรียมนำ “ไอ-เทล” เข้าตลาดหุ้น ในไตรมาส 3/65 ชู PetCare อันดับ 15 ในโลก
หลังจากก่อนหน้านี้ TU หรือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการนำบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจและผู้นำในอุตสาหกรรมสัตว์น้ำของคนไทย เข้าจดทะเบียนในข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีกระแสตอบรับอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
ล่าสุด TU กำลังจะนำบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Spin-off) เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ โดยบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทย่อยที่ TU ถือหุ้นในสัดส่วน 99.55%
ทั้งนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งบริษัท i-Tail Americas, Inc. ขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 167 ล้านบาท โดยบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่นี้จะเข้าซื้อบริษัท US Pet Nutrition LLC. (USPN) ซึ่งดำเนินธุรกิจขายและกระจายสินค้าในส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐอเมริกา จากบริษัท ไทยยูเนี่ยน อเมริกาเหนือ
โดยการลงทุนครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยยูเนี่ยน ภายหลังจากบริษัทได้ประกาศเปิดตัว บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น ในปีที่ผ่านมาเพื่อรองรับการพัฒนาและขยายกิจการในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าธุรกิจธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยยูเนี่ยนจะไม่หยุดการเติบโตเพียงเท่านี้ เพราะล่าสุดกำลังมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ จากเสียงนักวิเคราะห์ที่บอกว่า TU เตรียมนำบริษัทดังกล่าวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ที่เปิดเผยว่า เรายังแนะนำ “ซื้อ” TU ราคาเป้าหมาย 27.75 บาท จากเหตุผลของกำไรที่ยังคงยืนในระดับสูงในปี 2565 และการปลดล็อคมูลค่าหุ้นจากการนำ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565
เช่นเดียวกันกับบริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ที่ออกมาระบุว่า TU ในช่วงไตรมาส 3 จะปลดล็อก Value เงินลงทุนในบริษัทลูกจากแผน spin – off หุ้น บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์ PetCare อันดับ 15 ในโลก
ด้านบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าการ spin-off บริษัทย่อยอย่าง บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในช่วงไตรมาส 3/65 ซึ่งจะช่วยสะท้อนมูลค่าในธุรกิจ และเพิ่มการเติบโตให้กับธุรกิจดังกล่าวมากขึ้น
TU ไตรมาส 4 โตสวน low season
ขณะที่ในแง่การเติบโตของ TU หากย้อนไปงวดไตรมาส 4/64 ที่กำลังจะประกาศผลประกอบการเร็วๆนี้ โดยบริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รายได้ไตรมาส 4/64 มีแนวโน้มเติบโตได้ดี 15%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจาก ราคาที่สูงขึ้น, ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและ ค่าเงินบาทอ่อนค่า คาดกำไรขั้นต้นไตรมาส 4/64 เพิ่มเป็น 18.5% จาก 18.0% ในไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากธุรกิจอาหารแช่แข็งที่ดีขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 13-14% ในไตรมาส 4 จากระดับปกติที่ 10-11% ค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายอยู่ในระดับสูงที่ 12.1% จากค่าขนส่งคอนเทนเนอร์ที่สูงขึ้น คาดกำไร TU ในไตรมาส 4/64 ที่ 2.1 พันล้านบาท เติบโต 45%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 9%จากไตรมาสก่อน
เช่นเดียวกันกับบริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่าแนวโน้มการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ยังเติบโตได้จากไตรมาสก่อนแม้จะเข้าสู่ low season และการดำเนินงานของ RL ที่ปกติในไตรมาสนี้ จะขาดทุนแต่ปีนี้ขาดทุนน้อยกว่าที่คาด ขณะที่ในส่วนยอดขายคาดจะโต 2 หลักได้จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในทุกกลุ่มสินค้า
โดยเฉพาะในส่วนอาหารแช่แข็งที่เติบโตมากหลังคลายล็อกดาวน์ในสหรัฐ ส่วนอาหารสัตว์เลี้ยงและกลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่มคาดจะเพิ่มขึ้น หลังกลับมาผลิตได้ตามปกติอีกครั้ง รวมถึงกลุ่มอาหารกระป๋อง แม้ COVID-19 คลี่คลายแต่ปริมาณขายยังเติบโตได้และยังมีการปรับราคาขายขึ้น ทางฝ่ายคาดยอดขาย 38,654 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9%จากไตรมาสก่อน
และคาดว่าในส่วน margin จะยังอยู่ในระดับที่ดีกว่าอดีตจากค่าเงินบาทอ่อนค่า และยังได้ผลบวกจากทั้งปริมาณและราคาขายเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งเพิ่มขึ้นคาดกำไรสุทธิ 1,964 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อน
ไตรมาส 1/65 ผลงานแจ่ม
บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 1/65 ที่ระดับ 1,893 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3%จากไตรมาสก่อน เพราะคาดยอดขายเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (โดยเฉพาะอาหารทะเลแช่แข็ง) แต่ลด จากไตรมาสก่อน (ตามฤดูกาล) และคาด GPM เพิ่ม จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (อาหารทะเลแช่แข็งขายดีและสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น) GPM ลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะต้นทุนทูน่า+กุ้งสูงขึ้น และต้นทุนอลูมิเนียม เพิ่มขึ้น ส่วน SG&A โดยเฉพาะค่า Freight เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน Red Lobster ขาดทุนลดลงตามฤดูกาลที่มีลูกค้ามากขึ้น
จับตาปี 65 โตต่อ
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เผยว่า แนวโน้มปี 2565 แม้ว่าจะมีต้นทุนการขนส่งและบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้นมากดดัน แต่บริษัทเตรียมเจรจากับคู่สัญญาเพื่อปรับราคาขายขึ้นชดเชย ด้านความเสี่ยงจากการระบาดของ COVID ในหลายประเทศจะยังมีอยู่ แต่สัดส่วนผู้ได้รับวัคซีนที่มากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงในการปิดเมืองน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน จึงคาดว่ารายได้จากธุรกิจหลัก ทั้งอาหารทะเลแช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ จะปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของการบริโภค เราจึงยังคาดแนวโน้มกำไรยังเป็นบวก โดยอยู่ระหว่างการรอปรับประมาณการภายหลังการประกาศเป้าหมายทางการเงินของบริษัท
เช่นเดียวกันกับบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ระบุว่า ยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาวของ TU ที่จะเติบโตได้ต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจแม้จะมีฐานที่สูงในปี 2564 โดยธุรกิจที่มี GPM สูงอย่าง Pet-Care & Value-added จะเติบโตเด่น จึงยังคงประมาณ การกำไรปกติปี 2565 คาดจะทำ New High ได้ต่อที่ 7,854 ล้านบาท เติบโต 4.5%จากปีก่อน และยังมี Upside จากการ Synergy ร่วมกับ RBF ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนวัตถุดิบ การ spin-off บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 3/65 ซึ่งจะช่วยสะท้อนมูลค่าในธุรกิจ และเพิ่มการเติบโตให้กับธุรกิจดังกล่าวมากขึ้น
เปิดคำแนะนำจากนักวิเคราะห์

