Official Update :

4 ข้อต้องรู้!! ที่จะดึง Fund Flow เข้าตลาดหุ้นไทย

ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบ 30 ปี ขานรับ 4 เหตุผลที่จะดึง Fund Flow ต่างชาติยังมีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อในปี 2565 จับตา 4 หุ้นเด่นต่อไปนี้ ที่จะรับอานิสงส์เชิงบวกได้มากน้อยแค่ไหน


โดยมุมมองบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ที่ออกมาเปิดเผยว่า วานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1.7 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบ 30 ปี หรือ ตั้งแต่ทางตลาดหลักทรัพย์เปิดเผยข้อมูล หนุนให้ยอดซื้อสุทธิหุ้นไทย นับตั้งแต่ต้นปี 2565 ถึงปัจจุบัน ขึ้นมาอยู่ที่ 4.37 หมื่นล้านบาท สูงสุดในภูมิภาค


ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่ามี 4 เหตุผลที่ Fund Flow ต่างชาติยังมีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อในปี 2565 ดังนี้

1.ต่างชาติยังถือครองหุ้นไทยอยู่ในระดับต่ำ และ MSCI มีโอกาสเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยในปี 2565 นี้ โดยปัจจุบันต่างชาติถือครองหุ้นไทยทางตรงเพียง 21% ยังต่ำกว่าในอดีตที่เคยอยู่ที่ระดับสูงถึง 29% ในปี 2556 ดังนั้นยังมีช่องว่างให้ Fund Flow ไหลเข้า รวมถึง Downside ในการขายค่อนข้างจำกัด อีกทั้ง MSCI มีโอกาสเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยในปี 2565 นี้ เนื่องจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 7% สูงกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วที่ขึ้นมา 1% (นับตั้งแต่ MSCI Rebalance ในรอบที่แล้ว คือ 1 ธ.ค. – 9 ก.พ. 65) หนุนสัดส่วน Market Cap. Weight ที่ MSCI ใช้ในการคำนวณดัชนีเพิ่มขึ้น


2.โครงสร้างตลาดหุ้นไทยเป็นลักษณะหุ้น Value ที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจในตอนนี้ โดยตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนหุ้น Commodity และหุ้นฟื้นตัวตามเศรษฐกิจในประเทศราว 2 ใน 3 ของมูลค่าตลาด


3.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยที่โดดเด่นกว่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังมีช่องว่างในการฟื้นไปเท่ากับช่วงก่อนเกิด COVID-19 ราว 5% หนุนกำไรบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสเติบโต 11% สูงกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วเติบโตราว 6%


และ 4.สภาพคล่องส่วนเกินยังคอยหล่อเลี้ยงหุ้นไทยในปี 2565 นี้ เนื่องจาก กนง. ยังมีโอกาสคงดอกเบี้ยนโยบายไทยต่อไปถึงสิ้นปี 2565 ช่วยหนุนให้สภาพคล่องส่วนเกินยังมีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้น แตกต่างกับทางสหรัฐที่สภาพคล่องส่วนเกินที่เคยหนุนตลาดหุ้นจะทยอยลดลง เนื่องจากมีโอกาสเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 4 - 5 ครั้งในปีนี้  


นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติจะมีส่วนสำคัญในการชี้นำตลาดหุ้นไทยมากขึ้น สะท้อนได้จากสัดส่วนการซื้อขายเฉลี่ยหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติในปี 2565 นับจากต้นปีถึงปัจจุบันนี้อยู่ที่ 42.3% พลิกกลับมาสูงสุดเมื่อเทียบกับนักลงทุนรายอื่นๆ และยังสูงสุดเมื่อเทียบกับสัดส่วนการซื้อขายในอดีตมาก ในทางตรงกันข้ามภาพของการซื้อขายของนักลงทุนสถาบันฯ ในประเทศ ถือว่ามีน้ำหนักต่อตลาดน้อยลงทั้งในปี 2564 และต่อเนื่องมาในปี 2565 นี้ เนื่องจากเหลือสัดส่วนการซื้อขายเพียง 7.0% และ 8.0% ตามลำดับ แตกต่างกับในอดีตที่สูงกว่า 10%


แรงซื้อต่างชาติที่เข้ามาโดดเด่นต่อเนื่อง หนุน SET Index Outperform เป็นพิเศษ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันมา 8 วันทำการ กว่า 3.1% หรือ 50 จุด จาก 1634 จุด ขึ้นมาอยู่ที่ 1684 จุด แต่เมื่อเทียบกับสถิติในอดีตย้อนหลัง 10 ปี พบว่า SET จะบวกได้ติดต่อกันตั้งแต่ 8 วัน ขึ้นไป มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากเพียง 0.7% เท่านั้น และถ้าจะบวกต่อไปจนถึง 12 วัน ในอดีตมีโอกาสให้ผลตอบแทนในช่วง -0.7% ถึง +1.2%


สำหรับกลยุทธ์แนะนำหุ้นใหญ่พื้นฐานดีราคา Laggard เกาะกระแส Fund Flow อย่าง BH, MAKRO และ TOP เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มเกาะกระแสธีมดังกล่าว



ต่างชาติอาจจะซื้อหุ้นไทยอีกว่า 30
,000 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 65 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยกว่า 17,416 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 43,739 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 9 ก.พ. และซื้อตราสารหนี้ 16,332 ล้านบาท ทั้งนี้หากย้อนกลับไปในช่วงที่ใกล้ที่สุดคือในช่วงวันที่ 10 พ.ย.63 ต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 18,958 ล้านบาท โดยย้อนหลังในช่วงที่ผ่านมาจากสถิตินักลงทุนต่างชาติเคยซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 70,000 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อซื้อไปแล้ว 40,000 ล้านบาท ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทยอีกว่า 30,000 ล้านบาท

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”