JMART รุกธุรกิจใหม่ เจาะตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ดันเข้าตลาดหุ้นใน 3 ปี
JMART ประกาศจัดตั้ง “เจ ดี กรุ๊ป” ดึงพาร์ทเนอร์ดีลเลอร์ค้าปลีก เครื่องใช้ไฟฟ้า เจาะตลาดหัวเมืองใหญ่ในกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดทั่วประเทศ เสริมแกร่งอีโคซิสเต็ม ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ดันยอดขาย 3,500 ล้านบาท เล็งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วง 3 ปีจากนี้
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) (JMART) เปิดเผยว่า JMART ได้ประกาศตั้ง บริษัท เจ ดี กรุ๊ป จำกัด (JayDee Group) ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการดีลเลอร์ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ มาร่วมเสริมอีโคซิสเต็มของกลุ่มเจมาร์ทให้ครบวงจรยิ่งขึ้น ปลุกตลาดค้าปลีกตามหัวเมืองต่างจังหวัด ผ่านฐานลูกค้าของดีลเลอร์ทั้งในรูปแบบเงินสดและเงินผ่อน พร้อมจัดเต็มด้านสินเชื่อ KB J และ SINGER ประกัน และโลจิสติกส์ร่วมกันกับ Kerry
ทั้งนี้ บริษัท เจ ดี กรุ๊ป จำกัด มีทุนจดทะเบียนปีแรกที่ระดับ 200 ล้านบาท โดยในระยะ 3-6 เดือนมีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนซีรีส์ 1 และมีเป้าหมาย เพิ่มทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาทในปีถัดไป ภายใต้การร่วมทุนครั้งนี้ เจมาร์ท พร้อมจะเป็นพันธมิตรร่วมทุนโดยคงสัดส่วนการถือหุ้นไม่เกิน 24.9% ซึ่งมองบริษัทดังกล่าว มีโอกาสในการเติบโต จากธุรกิจเดิมของพันธมิตรร่วมทุน ที่มีฐานลูกค้าในพื้นที่ การนำเอาระบบ และเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้จะยิ่งสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจมากขึ้น
โดย JMART มองเห็นศักยภาพการลงทุนครั้งนี้ ด้วยการนำเทคโนโลยีและระบบมาปฏิวัติอุตสาหกรรมค้าปลีกเข้าสู่รูปแบบดิจิทัล ตามวิสัยทัศน์ Technology Investment Holding Company รวมทั้ง ปรับกลยุทธ์ทำการตลาดแบบ Online-to-Offline (O2O) เพื่อผลักดันให้ค้าปลีกไทยหนีการถูกดิสรัปชันที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้ค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าตามหัวเมืองทั่วประเทศ ให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี และเปิดโอกาสสร้างพันธมิตรทางการค้าเพื่อซินเนอร์ยี่ร่วมกัน
อาทิ การนำผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ ผลิตภัณฑ์ Solar Rooftop จาก JV Gunkul และสินค้าเทคโนโลยีของเจมาร์ท เข้ามาจัดจำหน่ายในร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เพิ่มเติม ทำให้การกระจายสินค้าครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในทุกช่องทางมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยบริการด้านการเงินครบวงจร ทั้งสินเชื่อของ KB J ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้, สินค้าและสินเชื่อเงินผ่อนของ SINGER อีกทั้ง การนำผลิตภัณฑ์ด้านประกันในกลุ่มเจมาร์ทเข้ามาต่อยอดการเติบโต
นอกจากนี้ หากมีพันธมิตรที่ร่วมลงทุนสาขาไหนที่พร้อมที่จะดำเนินงานทางด้านธุรกิจตามหนี้ ก็สามารถเป็น Franchise หนึ่งของกลุ่มธุรกิจเจมาร์ทได้ด้วย สนับสนุนโอกาสการเติบโตและการสร้างผลการดำเนินงานแบบ Exponential Growth
นายยงยุทธ เตชะเศรษฐธนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ ดี กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีดีลเลอร์เครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 8 รายที่หารือในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตร โดยมีรายนามดังนี้
-
บริษัท กู๊ดดีล คอร์ปอเรชั่น จำกัด จังหวัด กรุงเทพมหานคร
-
บริษัท มัลติ โปร เซ็นเตอร์ จำกัด จังหวัด กรุงเทพมหานคร
-
บริษัท พูนสิน จำกัด จังหวัด กาญจนบุรี
-
บริษัท เดอะเกรท อิเลคทริค ซิตี้ จำกัด จังหวัด สุพรรณบุรี
-
บริษัท เดอะเบสท์วัน ระยอง จำกัด จังหวัด ระยอง
-
บริษัท นคร ดี ซี จำกัด จังหวัด นครศรีธรรมราช
-
บริษัท สงวนพาณิชย์ เอวี จำกัด จังหวัด สงขลา
-
หจก. สุรินทร์ จังหวัดนราธิวาส จังหวัด นราธิวาส
ทั้งนี้บริษัทเล็งเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมามีค่อนข้างมาก สิ่งที่ดีลเลอร์มีคือ ฐานลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่จะต้องขยาย Ecosystem ให้กับพันธมิตรดีลเลอร์ ให้เติบโตกว่านี้ให้ได้ เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งค้าปลีกอื่นๆ
โดยตลาดที่ JayDee Group เน้นจะเป็นกลุ่มลูกค้าตามหัวเมืองในต่างจังหวัด ซึ่งจะยิ่งไปเสริมโมเดลธุรกิจของ SINGER ต่อยอดให้เติบโตไปพร้อมกัน ทั้งนี้สำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่เล็งเห็นว่ามีศักยภาพด้านการขยายตลาด ทาง JayDee Group ก็จะพิจารณาการเปิดสาขาเองเช่นกัน
ขณะที่ ในจำนวนดีลเลอร์ทั้ง 8 ราย มีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้นราว 14 แห่ง โดยมีแผนเพิ่มเป็น 100 สาขาภายในปีนี้ ทั้งร่วมกับพันธมิตรและขยายสาขาเอง โดยวางเป้าปี 2567 จะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของตลาด และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วง 3 ปีจากนี้
ส่วนแผนการเติบโตในระยะ 3 ปีนับจากนี้ (65-67) โดยปีแรกวางเป้ายอดขายไว้ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท และกำไรที่ระดับ 50 ล้านบาท ขณะที่ปี 2566 วางเป้ายอดขายเพิ่มเป็น 1,800 ล้านบาท และกำไรที่ระดับ 100 ล้านบาท หลังจากนี้ปี 2567 วางเป้าหมายยอดขายเติบโตมาที่ระดับ 3,500 ล้านบาท และกำไร 300 ล้านบาท
