Official Update :

11 หุ้นน่าสะสม รับสินค้าส่งออกไทยปีนี้สดใส

แนวโน้มการส่งออกไทยยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำตาล ยางพารา ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร ทำให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมดังกล่าวพลอยได้รับผลบวกไปด้วย ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai ก็มี 11 หุ้นน่าสะสม และคาดว่าจะได้รับผลบวกจากการเติบโตของสินค้าส่งออกไทยมาฝาก


โดยนักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สภาผู้ส่งออกทางเรือ (สรท.) ประเมินแนวโน้มการส่งออกไทยปี 2565 จะขยายตัวในช่วง 5-8% โดยมีค่ากลางที่ 6.5% จากปัจจัยหนุนเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง และโอกาสสำหรับการฟื้นฟูตลาดส่งออกใหม่ๆ เช่น ซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น ซึ่งประมาณการของ สรท. นับว่าค่อนข้างใกล้เคียงกับมุมมองของสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจแห่งอื่นๆ ที่คาดว่ายอดส่งออกไทยจะเติบโตประมาณ 3-5%


สำหรับสินค้าส่งออกที่ สรท. คาดว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% ในปีนี้ คือ น้ำตาลทราย บวกต่อหุ้น KSL, ยางพาราและยาง บวกต่อหุ้น STA และ NER ส่วนสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวราว 5-9% คือ ยานพาหนะและอุปกรณ์ บวกต่อหุ้น SAT และ AH, อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ บวกต่อหุ้น KCE, HANA, DELTA และอาหาร บวกต่อหุ้น CPF, TU, TFG


จากมุมมองการส่งออกไทยที่ยังดีข้างต้น บล.เอเซีย พลัส จึงเชื่อว่าหุ้นส่งออกของไทยเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสะสมลงทุน เช่น KSL, NER, STA, SAT, CPF, TU เป็นต้น ประกอบกับการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% จะช่วยให้ค่าเงินบาทไม่น่าจะแข็งค่ามากเกินไปจนกดดันการส่งออกของไทยในปี 2565 ด้วย





KSL ราคาน้ำตาลโลกสูง ดันกำไรปี 65 พุ่ง

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของ KSL ในปีนี้ยังโดดเด่น เนื่องจากราคาน้ำตาลโลกที่ยืนในกรอบสูง ประกอบกับวอลุ่มการขายน้ำตาลและไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว โดยนักวิเคราะห์จากบล.บัวหลวง ระบุว่า ถึงแม้ประมาณการดุลน้ำตาลโลกมีแนวโน้มพลิกกลับมาเกินดุล 1 ล้านตันสำหรับปี 2565/66 โดยมีปัจจัยหนุนจากผลผลิตอ้อยและผลผลิตน้ำตาลของประเทศบราซิลในปี 2565/66 ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากภาวะฝนล่าสุดที่กลับมาตกในระดับที่ดีในประเทศบราซิล


ในช่วงเดือนต.ค.-ม.ค. 2564 แต่บล.บัวหลวง มองว่าสัดส่วนของดุลน้ำตาลที่เกินดุลเพียงแค่ 1 ล้านตันถือว่าน้อยมาก นำไปสู่การคาดการณ์ที่ว่าราคาน้ำตาลโลกจะยังคงยืนในกรอบราคาสูงที่ 18-20 เซนต์ต่อปอนด์ ภายในปี 2565 และเนื่องจากวอลุ่มขายน้ำตาลและวอลุ่มขายไฟฟ้าที่จะเพิ่มอย่างมาก ต้นทุนต่อหน่วยที่จะลดลงจากการหีบอ้อยที่มีจำนวนมากขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่จะกว้างมากขึ้น จึงประเมินว่ากำไรของ KSL ในปีนี้จะกลับมาเด้งแรงอย่างมาก โดยให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.75 บาท



ลุ้นไตรมาส
2/64 กำไรทำ New high

ด้าน NER หุ้นยางพาราสุดฮอต ก็มีแนวโน้มที่ดีเช่นเดียวกัน โดยนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดไตรมาส 1/65 ยังทรงตัวจากไตรมาส 4/64 ในกรอบ 500 – 550 ล้านบาท จากปริมาณขายและราคาขายที่ทรงตัว แต่ไตรมาส 2/65 มีโอกาสเห็นกำไรปกติกลับมาทำ New high อีกครั้ง จากกำลังการผลิตใหม่ 50,000 ตัน ที่จะผลิตได้เต็มไตรมาส ส่วนธุรกิจแผ่นรองนอนสัตว์ เครื่องจักรอาจล่าช้ากว่า แผน 1 – 2 ไตรมาส ซึ่งกระทบกับประมาณการจำกัด โดยยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 11.80 บาท

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้