หุ้นไทยพักตัวระยะสั้นเพื่อทะลุ 1,700 จุด เร่งเก็บ 6 หุ้นรับราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด
บล.กรุงศรี ประเมินความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย พักตัวแนวรับ 1,690 - 1,695 จุด ตามความตึงเครียดสถานกาณ์รัสเซียและยูเครนโดยสหรัฐเตือนว่ารัสเซียอาจเข้าโจมตียูเครนในเร็ววันข้างหน้า ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐที่คอยกดดันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแรง แรงซื้อดักงบและเงินปันผลปี 2564 จะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ขึ้นได้
กลยุทธ์การลงทุน
-
PTTEP TOP PTTGC IVL SPRC BCP ราคาน้ำมันดิบ+ค่าการกลั่นทรงตัวระดับสูง
-
กลุ่มได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาขึ้น BBL KBANK KTB SCB TTB BLA THREL
-
หุ้นงบ Q4/21F เติบโต IVL TOP SPRC GULF BANPU TU CPF SPALI ORI WHA AMATA HMPRO CPN CRC BLA NER ITEL XO ASK UBE FORTH TH SNNP
หุ้นแนะนำวันนี้
-
TOP คาดมีกำไรสุทธิไตรมาสที่ 4 ที่ 8 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 134% จากปีก่อน จากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.2 ดอลลาร์ต่อบาเรล จาก 1.6 ดอลลาร์ต่อบาเรล ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 และ อัตราการกลั่นปรับขึ้นสู่ระดับปกติที่ 108% เทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 อยู่ที่ 93%
-
BANPU ได้ความเชื่อมั่นบวกจากราคาถ่านหินยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดราคาถ่านหิน ณ ท่าเรือนิวคาสเซิลเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 245ดอลลาร์ต่อตัน ทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 เดือน คาดหนุนกำไรของ BANPU ในไตรมาสที่ 1 โตต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญวันนี้
-
(-) สถานการ์ยูเครนกลับมาตึงเครียดหน่วยข่าวกรองสหรัฐเตือนรัสเซียอาจบุกโจมตีในเร็วๆนี้ :นานาชาติ อาทิ สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย แคนาดา เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ออกประกาศให้พลเรือนของตนเดินทางออกจากกรุงเคียฟของยูเครนในทันที หลังหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯได้รับรายงานว่ารัสเซียเตรียมดำเนินการบุกยูเครนภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้
-
(+) ราคาน้ำมันดิบWTI พุ่งแรงกว่า 3 ดอลลาร์กังวลเหตุการณ์ยูเครนกระทบอุปทาน: ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 22 ดอลลาร์ (+3.6%) ปิดที่ระดับ 93.1ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าหากรัสเซียบุกโจมตียูเครนนานาชาติจะคว่ำบาตรรัสเซียทันทีด้วยการห้ามส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติซึ่งจะกระทบต่อซัพพลายน้ำมันดิบของโลกทันที
-
(-) Fed minute คณะกรรมการอาจหนุนให้เฟดใช้ยาแรง :เฟดจะเปิดเผยรายงานการประชุม (FED Minutes) ในวันที่ 16 ก.พ. นี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการหลายท่านจะสนับสนุนให้ FED ใช้ยาแรงหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 5% ในการประชุมที่จะมีขึ้นในเดือน มี.ค. เพื่อควบคุมเงินเงินเฟ้อจึงจะเป็นลบกับตลาดแต่คาดว่าจะไม่รุนแรงเนื่องจากนักลงทุนเริ่มรับรู้ปัจจัยนี้ไปแล้ว
