EA ยกระดับธุรกิจพลังงานสะอาด ไปพร้อมกับโอกาสการเติบโตแบบยั่งยืน
อย่างที่รู้กันว่า EA หรือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในบริษัทต้นแบบที่ประกอบธุรกิจพลังงานทดแทนพลังงานสะอาดมาโดยตลอด ซึ่งดั่งเดิมธุรกิจของ EA แบ่งเป็น ธุรกิจไบโอดีเซล และธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยธุรกิจไปโอดีเซล ประกอบไปด้วย ไบโอดีเซล (B100) และ กลีเซอรีนบริสุทธิ์ ขณะที่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ประกอบไปด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม
EA ประกาศชัดเจนว่าจะต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดด้วยนวัติกรรมด้านพลังงานที่เหนือกว่า คือการก้าวไปยังธุรกิจพลังงานสะอาดแห่งอนาคต เช่น ธุรกิจพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ เช่นแบตเตอรีลิเทียมไอออน ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า เรือไฟฟ้า และธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือสถานีชาร์ตไฟฟ้า ให้บริการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าประเภท PHEV และประเภท BEV
ทั้งนี้ หากมองในแง่มุมของฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของ EA ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ถือว่าธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่เป็นแบบพลังงานสะอาดช่วยสร้างรายได้ และผลกำไรที่เติบโตให้กับทาง EA มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าจากกลังงานทดแทนที่เป็นในรูปแบบพลังงานสะอาดที่มาจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม รวมทั้งสิ้น 664 เมกะวัตต์
ขณะเดียวกันอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งของ EA ส่วนหนึ่งเป็นผลของการที่บริษัทสามารถระดมทุนผ่านช่องทางที่เรียกได้ว่ามีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำในระดับต้นๆของเงินกู้เลยก็ว่าได้ คือการที่ EA สามารถระดมทุนด้วยวิธีการออกหุ้นกู้ ซึ่งเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ Green Bond ซึ่งได้รับ การรับรองจาก Climate BondInitiative วงเงิน 3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการจำหน่ายให้กับธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB
โดย EA ระบุว่า การออกหุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ จะนำรีไฟแนนซ์เงินกู้เพื่อใช้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหนุมาน ซึ่งมีกำลังการผลิตอยูที่ 260 MW โดยมองว่าการออกหุ้นกู้กรีนบอนด์ในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทสามารถลดต้นทุนทางการเงินและยังแสดงความมุ่งมั่นของบริษัทเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
ขณะที่ผู้ลงทุนในหุ้นกู้กรีนบอนด์ของ EA อย่าง ธนาคาร ADB ก็ระบุว่า แผนงานของ EA สอดคล้องกับ ADB’s Strategy 2030 ที่ตั้งเป้าว่า 75% ของโครงการที่เอดีบีสนับสนุน จะเป็นการช่วยบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและช่วยในการปรับตัวเพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยเอดีบีตั้งเป้าจะสนับสนุนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมให้ได้ถึง 80 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2562-2573
ทั้งนี้ เราอาจจะพอบ่งชี้ได้ว่าการลงมือทำในธุรกิจพลังงานทดแทน และพลังงานสะอาดที่กำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ของโลกมักจะได้รับการสนับสนุนอยู่เสมอ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จะย้อนส่งต่อกลับมาเป็นผลดีให้กับธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมของธุรรกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อโอกาสในการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมไปถึงการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น
อย่างไรก็ตามไม่เพียงแค่การดำเนินธุรกิจด้านไฟฟ้าพลังงานทดแทน แต่ล่าสุดทาง EA มีแผนที่จะออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกใหม่ของบริษัท (หุ้นกู้แปลงสภาพ) โดยมีมูลค่าการเสนอขายไม่เกิน 900 ล้านยูโร สำหรับเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ โดย EA จะนำไปใช้เพื่อบริหารจัดการกระแสเงินสด
รวมถึงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ อีกทั้งเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจใหม่ ได้แก่ ธุรกิจแบตเตอรี่ ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสร้างความแข็งแกร่งทางโครงสร้างเงินทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดําเนินธุรกิจ ซึ่งที่จะพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าธุรกิจที่ EA จะนำเงินระดมทุนไปนั้นเป็นธุรกิจพลังงานสะอาดไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทน และพลังงานสะอาดที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมย่อมส่งผลดีต่อบริษัท ที่ถือเป็นช่องทางการระดมทุนเพื่อสร้างโอกาสการ และต่อยอดการเติบโตได้อย่างยั่งยืน สะท้อนออกมาเป็นผลกำไรที่ได้จากการทำธุรกิจ และต้นทุนทางการเงินในระดับต่ำที่สะท้อนออกมาจากช่องทางระดมทุน ที่สนับสนุนวงเงินกู้ให้กับบริษัทที่ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม

