KEX ชี้ครึ่งแรกปี 65 ผลงานยังติดลบ หวัง Kerry COOL - Kerry XL ดันผลงานครึ่งปีหลังฟื้นตัว
แม้ปีที่ผ่านมาผลงานของ KEX จะออกมาไม่ดีนัก แต่บริษัทมองว่าเป็นการยอมเจ็บระยะสั้นเพื่อเติบโตระยะยาว และยังมุ่งนโยบายด้านราคาต่อเนื่องในปีนี้ โดยในงาน Opportunity Day บริษัทคาดว่าการลดราคาต่อเนื่องจะไม่รุนแรงเท่าปีก่อน และตั้งเป้ามียอดจัดส่งพัสดุไม่ต่ำกว่า 30% รวมถึงประเมินว่าบริการใหม่อย่าง Kerry COOL และ Kerry XL จะเข้ามาสนับสนุนให้ KEX ทำผลงานพลิกเป็นบวกได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
นายอิศรินทร์ ภัทรมัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการลงทุน บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX กล่าวว่า ปี 2565 เป็นปีที่บริษัทยังดำเนินกลยุทธ์ขยายฐานความเป็นผู้นำในตลาดต่อเนื่องจากปีก่อน โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดจัดส่งพัสดุไม่ต่ำกว่า 30% ส่วนราคาต่อหน่วยคาดว่าจะปรับลดลงเล็กน้อย แต่ไม่รุนแรงเท่าปี 2564 ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการปรับปรุงและพัฒนาระบบการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าลดต้นทุนต่อหน่วยไม่ต่ำกว่า 20%
ขณะเดียวกันบริการใหม่ซึ่งเป็นการจับมือกับพันธมิตรจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตในปีนี้เช่นกัน ล่าสุดบริษัทได้จับมือกับ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดตัวบริการส่งด่วน Kerry XL สำหรับสินค้าขนาดใหญ่ คาดจะเริ่มให้บริการได้กลางปีนี้
ส่วน Kerry COOL บริการขนส่งสินค้าด้วยแพลตฟอร์มการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ เครือเบทาโกร บริษัทจะมุ่งขยายตู้เย็นและห้องเย็นให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ คาดว่าจะเริ่มให้บริการปลายไตรมาส 1/65 โดยบริษัทมองว่าตลาดขนส่งแบบควบคุมอุณภูมิมีขนาดใหญ่ราว 30,000 ล้านบาท และยังไม่มีการแข่งขันด้านราคา รวมถึงเครือเบทาโกรที่เป็นพันธมิตรและจะเป็นลูกค้ารายแรกของบริษัทมีการขนส่งมากกว่า 1 ล้านต่อปี นอกจากนี้ ยังมีโอกาสจากลูกค้าองค์กรอื่นๆ ที่ต้องการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิที่ตอบโจทย์ จึงประเมินว่า Kerry COOL จะขยายตัวได้ต่อเนื่องแน่นอน
“คาดว่าสถานการณ์ Covid -19 จะค่อยๆ คลี่คลายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งบริษัทคาดว่าจะยังได้รับผลกระทบบางส่วน ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 1/65 และไตรมาส 2/65 อาจยังติดลบ แต่ประเมินว่าผลขาดทุนจะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และจากแผนการปรับราคาเชิงรุก รวมถึงการเปิดบริการใหม่ทั้ง Kerry COOL และ Kerry XL จะเข้ามาช่วยสนับสนุนผลประกอบการให้เติบโต โดยคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังตัวเลขจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้” นายอิศรินทร์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทยังมองหาการเติบโตผ่านการ M&A อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าปีละ 1-2 ดีล ส่วนเงินลงทุนบริษัทยังมีศักยภาพและความพร้อมในการลงทุนได้อีกมาก
