ZIGA ย้ำลุยคริปโตจริง เตรียมออกโทเคน-เกมมิ่ง-ขาย NFT พร้อมลุยเครื่องขุดบิทคอยน์ 1 หมื่นเครื่อง
หลังจากที่ ZIGA หรือ บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ปล่อยให้ราคาหุ้นวิ่งร้อนแรงสะท้อนข่าวการเข้าไปทำธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ โดยวางเป้าหมายว่าภายในเดือนมี.ค.นี้ จะมีเครื่องขุดบิทคอยน์ให้ครบตามแผน 400 เครื่อง รวมถึงมีข้อมูลที่หลุดออกมาจากนักวิเคราะห์ที่บอกว่า ผู้บริหารของ ZIGA วาดฝันว่าในปีนี้จะมีเครื่องขุดบิทคอยน์ให้ได้กว่า 1 หมื่นเครื่อง รวมถึงในช่วงที่ราคาหุ้นกำลังเป็นขาขึ้นอยู่นั้นเอง ก็ปรากฎรายชื่อนักลงทุนขาใหญ่ในตลาดหุ้นกระโดดเข้าไปเก็บ จนติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่
ในครั้งนี้ ZIGA ได้มีการจัดแถลงข่าวภายใต้หัวข้อ “ZIGA Moving forward x innovation” ของ บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA) ซึ่งรายละเอียดของการแถลงข่าวนั้น ผู้บริหารระบุว่าโครงสร้างรายได้ของบริษัทจะเปลี่ยนจากกลุ่มธุรกิจเหล็กไปยังกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
นาย ศุภกิจ งามจิตรเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ZIGA เปิดเผยว่า ภายใน 3 ปี สัดส่วนรายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีจะมากกว่าธุรกิจเหล็กเดิม โดยมุ่งเน้นไปยังธุรกิจเทคโนโลยีให้มากขึ้น โดยในอนาคตสัดส่วนรายได้จากธุรกิจกลุ่มเทคโนโลยีจะมีสัดส่วนที่มากกว่าธุรกิจเหล็กในปัจจุบันที่มีสัดส่วน 90% หลังจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าลงทุนในธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ ซึ่งเฟสแรกจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งในเดือนมี.ค.จะมีจำนวน 400 เครื่อง
ขณะเดียวกันมีความเป็นไปได้ที่ในปีนี้บริษัทจะมีเครื่องขุดบิทคอยน์ได้มากกว่า 10,000 เครื่อง ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับกรอบของวงเงินในการระดมทุน ซึ่งได้ขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นสำหรับกรอบวงเงินหุ้นกู้ไว้แล้วกว่า 4,000 ล้านบาท โดยบริษัทไม่ได้มีนโยบายที่จะขุดเหรียญบิทคอยน์ออกมาเพื่อจำหน่าย แต่จะเป็นการนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเหรียญ ซึ่งถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงของการขึ้นลงด้านราคาเหรียญ และไม่มีนโยบายในการซื้อเหรียญบิทคอยน์มาขายเพื่อเก็งกำไร
นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะออกขายโทเคนดิจิทัล (Digital Token) และผลิตเกม รวมถึงการทำ NFT ซึ่งจะทยอยประกาศแผนออกมาในช่วงไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป
โดยล่าสุดได้จัดตั้งบริษัท เมอร์ลินตั้น อินโนเวชั่น จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์ หลักเพื่อการลงทุนและพัฒนาธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับDigitalTechnology และตั้งบริษัท วิสเดน กรุ๊ป จำกัด มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการลงทุนธุรกิจที่ให้บริการทางการเงินที่นำเอาเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ (Financial Technology หรือ FinTech) และทดลองและพัฒนา นวัตกรรมทางการเงินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องรวมถึงพัฒนาและบริหารผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ธุรกิจเหล็กยังเติบโต
สำหรับเป้าหมายรายได้ในปี 65 บริษัทคาดจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-30% ซึ่งมาจากธุรกิจเหล็กประเภทท่อร้อยสายไฟที่ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มงานโปรเจ็คขนาดใหญ่ เช่นโรงพยาบาล โครงการรถไฟฟ้า ขณะที่กลุ่มสินค้า DAIWA มีสินค้าใหม่ซึ่งเป็นประเภทท่อประปา ซึ่งสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มเดิมได้ จึงช่วยให้บริษัทมียอดขายที่เพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าเดิม
