หุ้นไทยร่วงรุนแรงจนหลุดแนวรับสำคัญ นักวิเคราะห์ชี้ไม่ควรแพนิค ย้ำ! จังหวะนี้เหมาะเข้าลงทุน
ดัชนีตลาดห้นไทยปรับตัวลดลงแรงและหลุดแนวรับแรกที่ 1,680 จุด และลงไปต่ำสุดที่ระดับ 1,668 จุด หลังจากที่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครน กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก และหนุนราคา Commodity โดยเฉพาะน้ำมันและทองคำปรับขึ้น
โดยนายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินแนวรับดัชนีตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในช่วงระหว่าง 1,660-1,680 จุด ซึ่งดัชนีจะลงต่ออีกหรือไม่จะต้องขึ้นอยู่กับพัฒนาการที่สำคัญของเหตุการณ์สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน
ถ้ามองในมุมผลกระทบทางเศรษฐกิจประเมินว่าประเทศไทยมีการนำเข้าส่งออกไปกับรัสเซียแค่เพียงไม่ถึง 1% ดังนั้นจึงมองว่ามีผลกระทบที่จำกัด ขณะที่ผลกระทบในด้านของตลาดหุ้น มองว่าตลาดหุ้นทางฝั่งเอเชียจะได้รับผลกระทบที่น้อยกว่าตลาดหุ้นทางฝั่งสหรัฐ และยุโรป ดังนั้นจึงมองว่านักลงทุนไม่ควรที่จะแพนิคจนเกินไป
สำหรับผลกระทบในด้านของเม็ดเงินลงทุนนั้น ขณะนี้กระแสเม็ดเงินอาจจะไหลไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ ซึ่งกระแสเงินลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่เหตุการณ์ความไม่สงบของสงครามรัสเซียกับยูเครนนั้นนิ่งลง โดยสะท้อนเห็นได้จากในช่วงตั้งแต่เดือน 11 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากที่สหรัฐสั่งให้คณะฑูตออกจากยูเครน และมาจนถึงเมื่อวานนี้ (23 ก.พ.) กระแสเม็ดเงินลงทุนต่างชาติก็ยังเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่ม TIP ทุกประเทศ ดังนั้นมองว่าถ้าเป็นแบบนี้ตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์เชิงบวกดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ในช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นขาลง แนะนำเป็นจังหวะให้ทยอยสะสมหุ้นที่มีโอกาสจะ Outperform ตลาด เพราะมองว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้กำลังจะฟื้นตัว ได้แก่ หุ้นธนาคารพาณิชย์กับค้าปลีกการที่ราคาหุ้นย่อลงจึงมีความสนใจ ซึ่งหุ้นเด่น ได้แก่ KBANK BBL ส่วนค้าปลีกได้แก่ CPALL MAKRO HMPRO
