Official Update :

ส่องอนาคตหุ้น BTS กับ BEM ธุรกิจใครจะขับเคลื่อนกำไรมากกว่ากัน

การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 เรียกได้ว่าใกล้จะถึงจุดจบกันเสียที หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ยกเลิกการกำหนดให้ผู้ป่วยโรคโควิด-19 เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 65 โดยเตรียมแผนการบริหารจัดการให้โรคโควิด 19 ออกจากการเป็นโรคระบาดไปสู่การเป็นโรคติดต่อทั่วไปหรือโรคประจำถิ่น คือ การที่โรคลดความรุนแรงลง ไม่มีภาวะอันตรายมาก


โดยจะเห็นได้ว่าประเทศไทยเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในแง่ของสภาวะการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 จากที่ประชาชนมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่มากขึ้น และมีอัตราตัวเลขการฉีดวัคซีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัคซีนเข็มบูสเตอร์ ซึ่งส่งผลให้ภาคประชาชนกล้าที่จะออกเดินหน้าออกจากบ้าน และกล้าจับจ่ายใช้สอยเพื่อการอุปโภคบริโภคมากขึ้น โดยเห็นได้จากการจราจรที่เริ่มติดขัดและเม็ดเงินโฆษณาจากสื่อนอกบ้านเริ่มฟื้นตัวขึ้น


สำหรับตัวบ่งชี้ให้เห็นว่ากำลังซื้อภาคประชาชนฟื้นตัวขึ้นนั้น สะท้อนจากยอดขายสินค้าอุปโภคที่เริ่มทยอยฟื้นตัว และการเดินทางท่องเที่ยวของภาคประชาชน เช่นเดียวกับเม็ดเงินโฆษณาทั้งในสื่อนอกบ้านที่มีเม็ดเงินลงในระบบมากขึ้น รวมถึงนโยบายภาครัฐที่ไม่สั่งล็อกดาวน์ จึงทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มทยอยปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งตัวยอดขายของกลุ่มบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อย่าง CPALL,BJC,MAKRO ผลประกอบการไตรมาส 4/64 ก็ออกมาได้ดีกว่าไตรมาส3/64


ทั้งนี้หากมองในอีกมุมที่ของการอุปโภคบริโภคแล้ว จะเห็นได้ว่านอกเหนือจากกลุ่มบริษัทค้าปลีกที่จะได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของทางเศรษฐกิจเพียงเท่านั้น ยังมีกลุ่มบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการกลับมาของการบริโภคภายใประเทศด้วย คือกลุ่มธุรกิจขนส่งมวลชนในประเทศ อย่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และ  บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM


ไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่า BTS และ BEM จะไม่ได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวแบบนี้ โดยทั้ง BTS และ BEM ต่างก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด19 ไม่แพ้กับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ เพราะระบบขนส่งในประเทศเหมือนกับหยุดชะงักงันเมื่อรัฐสั่งล็อก แต่ภาพต่อจากนี้ไป อย่างที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ถึงเวลาเหมาะสมแล้วหรือไม่ที่ BTS และ BEM จะได้รับอานิสงส์และปีที่จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัว



ถึงเวลาของการกลับมา

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า BTS จะมีกำไรไตรมาส 4/64-65 (สิ้นสุด มี.ค.65) จะสดใสขึ้น หากเทียบกับไตรมาสก่อน ที่เป็นกำไรหลัก 608 ล้านบาท ซึ่งฟื้นตัวดีขึ้น จากที่ช่วงนั้นมีการคุมเข้มโควิด 19 สายพันธุ์เดลต้าอย่างมาก ถึงกับปิดแคมป์คนงานไป 1 เดือน คาดว่าจะเป็นจุดที่ต่ำสุดได้ผ่านไปแล้ว


โดยต่อจากนี้ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ธุรกิจของบริษัทร่วมคือ BTSGIF มีจำนวนผู้โดยสารในรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในเดือน ก.พ.65 คาดว่าจะปิดที่ราว 9 ล้านราย ถือว่าเพิ่มขึ้น 20% เทียบกับ ม.ค.65 ที่ 7.5 ล้านราย หรือหากเทียบเป็นวันทำงาน จำนวนผู้โดยสารดีขึ้น ก.พ.เฉลี่ยที่ 3.3 แสนราย/วัน เพิ่ม 22% จากเดือนก่อน ที่ ม.ค.เป็น 2.7 แสนราย/วัน หลังจากที่ได้กลับมาทำงานที่สำนักงานหรือเรียนหนังสือแบบ On Site ที่โรงเรียนกันมากขึ้น


เช่นเดียวกับที่ทางบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองอนาคตของ BEM ว่า จำนวนผู้ใช้บริการเริ่มฟื้นตัวในก.พ. 2565 หลังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 สายพันธุ์ Omicron ที่มีความรุนแรงลดลง โดยทาง BEM ตั้งเป้าว่าจำนวนผู้ใช้บริการทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าใต้ดินจะกลับสู่ระดับปี 2563 เป็นอย่างน้อย ซึ่งสะท้อนการฟื้นตัวใน 2565 จะมีนัยสำคัญเทียบกับ 2564



ผลงานจะสะท้อนกำไร

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ปรับกำไรหลักปีงวด 65-66 ของ BTS  ขึ้นถึง 38% เป็น 4,621 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่า Fanslink จะให้รายได้เข้ามามาก จึงปรับรายได้หลักรวมเพิ่มขึ้น 5% เป็น 23,774 ล้านบาท คาดว่าธุรกิจบริษัทร่วมจะฟื้นตัวดี ส่งกำไรตามส่วนได้เสีย เพิ่มเป็น 950 ล้านบาท รวมทั้งได้ปรับรายการต่างๆเพิ่ม ให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น เช่น ดอกเบี้ยรับ และเงินปันผลรับ


ในระยะสั้นมีผลขาดทุนจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพู และโครงการอู่ตะเภา สำหรับการเปิดให้บริการบางส่วนโดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ในปี 65 นี้ ระยะแรกคาดว่าจะมีผลขาดทุน จากค่าใช้จ่ายในการเตรียมการ (pre-operating expense) ขณะที่จำนวนผู้โดยสารยังไม่มาก แต่คาดว่าจะกลับมากำไร เมื่อจำนวนผู้โดยสารมากขึ้นในอนาคต


ด้าน BEM นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) คงประมาณการปี 65 อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 216% จากปีก่อน โดยยังคงสมมติฐานปริมาณผู้ใช้ ทางด่วนที่ 1.1 ล้านเที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น 30% และผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่ 2.7 แสนเที่ยว/วัน (+85% YoY)


แม้ว่าตัวเลขผู้ใช้บริการเดือนม.ค. จะกลับมาชะลอตัวจากสายพันธุ์ใหม่ Omicron แต่ตัวเลขดังกล่าวยังขยายตัว จากปีก่อน สะท้อนถึงผู้ใช้บริการมีความเชื่อมั่นในการเดินทางมากขึ้น หลังจากที่เคสส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ขณะที่ตัวเลขผู้ใช้บริการโดยรวมเดือนก.พ. เริ่มกลับมาฟื้นตัวแล้ว




Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
EGCO อัดงบ 3 หมื่นล้าน ลุยแผน “POWER4” ครึ่งปีหลัง เร่งขยายพอร์ตไฟฟ้า-พลังงานหมุนเวียน จ่อชิงเค้ก PDP 2026 รุก PPA-Data Center
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
TOA ผนึกพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ ‘Green Ecosystem’ ยกระดับมาตรฐาน Sustainable Construction สร้างอนาคตใหม่ที่ยั่งยืน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
“ความผันผวน” ไม่ใช่ศัตรูของนักลงทุน... แต่เป็น “โอกาส” ในการปรับพอร์ตให้ดีขึ้น !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
Krungsri Finnovate ชวนเปิดมุมมอง “Health is the New Wealth” ใน Future Wellness Economy Forum 2026 สู่โอกาสธุรกิจและการลงทุน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
Private Credit อีกโอกาสลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ทางเลือกสำหรับนักลงทุนมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us