3 หุ้นที่ได้รับอานิสงส์ ราคาถ่านหินติดจรวจ บวก 8 วันติดพุ่ง 119%
จากราคาถ่านหินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง โดยวานนี้ราคาถ่านหินปิดที่ 440.00 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 127 เหรียญสหรัฐต่อตันหรือเพิ่มขึ้นสูงถึงระดับ 40.57% ซึ่งแน่นอนว่าถือเป็นอานิสงส์เชิงบวกกับหุ้นกลุ่มถ่านหินอย่างมาก เห็นได้จากราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น BANPU, LANNA และ AGE
มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ออกมาระบุว่า วานนี้ราคาถ่านหินปิดที่ 440.00 เหรียญ/ตัน เพิ่มขึ้น 127 เหรียญ/ตันหรือเพิ่มขึ้นสูงถึงระดับ 40.57% โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมา 8 ใน 9 วันติดต่อกัน รวม 239 เหรียญ/ตันหรือเพิ่มขึ้น 119% ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (Historical high) ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทำระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี
ประกอบกับการสต๊อกถ่านหินเพิ่มจากทางยุโรปเพราะเกรงว่าหากรัสเซียถูกคว่ำบาตรทางพลังงานก็อาจจะถูกระงับการส่งออกก๊าซไปยุโรป เป็นสัญญาณบวกกับหุ้นในกลุ่มถ่านหินอย่าง BANPU LANNA โดย Bloomberg consensus ให้ราคาเป้าหมาย BANPU ที่ 13.68 บาท
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มถ่านหิน มีความต้องการซื้อเข้ามาเพิ่มเพราะโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรม อาจ Switch ไปผลิตโรงที่ใช้ถ่านหินมากขึ้น หลังราคาน้ำมันพุ่งแรงมาก หุ้นเด่น BANPU, LANNA
หนุนกำไร BANPU โดดเด่น
โดยมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า BANPU แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 14 บาท เพราะได้ Sentiment ราคาถ่านหินพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ล่าสุดพุ่งแตะระดับ 440 เหรียญ/ตัน เพิ่มขึ้น 40% คาดหนุนกำไร BANPU ในไตรมาส 1/65 เพิ่มขึ้นโดดเด่น ขณะเดียวกันเราคาดว่า BANPU จะมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัท Sunseap Group ประมาณ 5-6 พันล้านบาท
ขณะที่มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มีมุนมองกับ BANPU ว่า ให้ราคาพื้นฐาน 12.00 บาท โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 65 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.96 หมื่นล้านบาท จากราคาถ่านหินและก๊าซที่ทรงตัวในระดับสูง กำไรพิเศษจากการขาย Sunseap และการขาดทุนจาก hedging ที่น้อยลง นอกจากนี้คาดว่ากิจกรรมทางการผลิตของจีนที่ฟื้นตัวจะช่วยหนุนราคาถ่านหินให้ทรงตัวในระดับสูง ทั้งนี้ sensitivity ของฝ่ายวิจัยประมาณการขึ้นราคาถ่านหิน 10 เหรียญจะเป็นบวกต่อกำไรปี 65 ของบริษัทประมาณ 3,800 ล้านบาทหรือ 18%
AGE มองดีมานด์ถ่านหินพุ่งต่อ
ทางด้าน AGE แม้จะไม่มีการประเมินของนักวิเคราะห์ แต่ล่าสุดผลประกอบการปี 2564 ทำกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น โดยนายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร AGE เปิดเผยว่า ในปี 2564 มีรายได้รวมจากธุรกิจถ่านหิน และธุรกิจการให้บริการโลจิสติกส์ฯ 12,883.6 ล้านบาท เติบโต 63.1 % และกำไรสุทธิอยู่ที่ 638 ล้านบาท เติบโต 157.6 % เมื่อเทียบกับ 2563 ซึ่งผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ
ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมถ่านหินในปี 2565 ปัจจุบันมีสัญญาณความต้องการใช้ถ่านหินทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ยังมีต่อเนื่อง เพราะถ่านหินถือเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนที่ต่ำ เมื่อเทียบกับต้นทุนเชื้อเพลิงจากชนิดอื่นๆ บริษัทคาดการณ์ว่าการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย ยังมีปริมาณที่คงที่ ในอีก 5 ปีข้างหน้า
แนวโน้มการเติบโตของ AGE ในปี 2565 นั้น บริษัทยังมุ่งเน้นการขยายตลาดธุรกิจถ่านหินทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งการขยายธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำ-ทางบก-ท่าเรือ-คลังสินค้า โดยขยายการให้บริการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น และได้มีการเซนต์สัญญาการให้บริการขนส่งสินค้าล่วงหน้า จำนวน 3 ล้านตันในเวลา 3 ปี ส่งผลให้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2565 ที่ระดับ 15,000 ล้านบาท และตั้งเป้าปริมาณยอดขายถ่านหิน 6.5 ล้านตัน
LANNA กำไรปี 64 โตเด่น
ขณะที่ LANNA ก็เช่นกัน ปัจจุบันยังไม่มีบทวิเคราะห์ แต่ล่าสุดปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในปี 2564 รวมทั้งสิ้น 1,575.24 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 292.62 ล้านบาท โดย มีกำไรสุทธิจากธุรกิจถ่านหินและเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งซึ่งคำนวณตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ในปี 2564 รวมทั้งสิ้น 1,503.47 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,260.49 ล้านบาทคิดเป็น 518.76% เนื่องจากปริมาณและราคาขายถ่านหินโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.69% และ 75.17% ตามลำดับ
