โบรกฯ ชี้หุ้นไทยดิ่งเพราะกังวลสงคราม แนะจังหวะนี้เหมาะเข้าลงทุน เชียร์ทยอยสะสมหุ้นแบงก์-ปันผล
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ปิดตลาดในช่วงเปิดทำการครึ่งแรกปรับตัวลดลงไป 10 จุด หลังจากที่รัสเซียโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในยูเครน ทั้งนี้หากเหตุการณ์บานปลายขึ้นอีกครั้ง ก็อาจจะนำไปสู่การคว่ำบาตรด้านพลังงานกับรัสเซีย โดยระหว่างชั่วโมงการซื้อขายรอบบ่ายดัชนีปรับตัวลดลงไปต่ำสุดที่ระดับ 1,674 จุด หรือปรับลดลงกว่า 21 จุด
โดยนายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ 4 มี.ค. 65 ปรับตัวลดลงเพราะ เนื่องจากว่าเป็นช่วงวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อนที่ตลาดหุ้นไทยจะปิดทำการซื้อขาย 2 วัน ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ จึงส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลที่อาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบจากต่างประเทศในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยหยุดทำการซื้อขายดังนั้นจึงทำให้มีแรงขายจากนักลงทุน
ขณะเดียวกันเริ่มมีสัญญาณแรงขายจากนักลงทุยต่างชาติในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในตลาดตราสารหนี้ที่พบว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยขายตราสารหนี้ออกมา ถึงแม้ว่าจะมีการซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยมาโดยตลอดในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งมองว่าอาจจะเกิดปัจจัยลบระหว่างในช่วงของวันเสาร์อาทิตย์
อย่างไรก็ตามแนะนำกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนรายย่อยให้รอหาจังหวะเข้าลงทุนในช่วงที่เป็นขาลง ซึ่งแนะนำที่หุ้นสามารถซื้อเพื่อถือต่อข้ามสัปดาห์ โดยเลือกหุ้นในกลุ่มธานาคารพาณิชย์ และกลุ่มหุ้นปันผลที่สามารถซื้อลงทุนเก็บไว้ได้ TISCO-KKP-MCS-TVO รวมถึงกลุ่มหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลในระดับสูง แนะนำนักลงทุนสามารถเข้าเก็บสะสมได้
สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามคือพัฒนาการที่สำคัญของสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน เชื่อว่าจะจบลงด้วยการเจรจากันทั้งสามฝ่าย ด้วยการที่ยูเครนมีการแต่งตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ และคงความเป็นกลางไม่มีนาโต้เข้ามาแทรกแซง ซึ่งจะทำให้รัสเซียยอมถอนทหารออกจากประเทศ
