วิเคราะห์! หาแนวรับสำคัญดัชนีจะลงอีกกี่จุด หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน กระเทือนหุ้นไทย ปิดตลาดลบ 45.02 จุด จังหวะนี้ควรซื้อ หรือถือเงินสด?
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดที่ระดับ 1,626.70 จุดปรับลดลง 45.02 จุด หรือลดลง 2.69% โดยมีมูลค่าการซื้อขายกว่า หลังภาวะสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่กำลังตึงเครียดมากขึ้น และมีผลกระทบทำให้ตลาดหุ้นไทยโดนลูกหลงกับเขาไปด้วย ประเด็นหลักที่ส่งผลกระทบหนักในครั้งนี้คือกระแสข่าวว่าจะมีการคว่ำบาตรน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงอาจจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวิกฤตราคาพลังงานทั่วโลก
สำหรับแนวรับถัดไปของดัชนีตลาดหุ้นไทยจะอยู่ที่เท่าไหร่ จะต้องลงไปกี่จุดถึงจะเอาอยู่ และจังหวะไหนควรรับ จังหวะไหนควรถอย Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ โดยนายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ประเด็นที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงอยู่ในขณะนี้เป็นเพราะผลของการกังวลต่อเหตุการณ์สงครามรัสเซียกับยูเครน ขณะเดียวกันเป็นเพราะแรงขายของนักลงทุนต่างชาติหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการไล่เก็บหุ้นขนาดใหญ่มาตลอด
โดยหากดัชนีตลาดหุ้นไทยหลุดแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ระดับ 1,615 จุด ก็มีโอกาสที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะลงไปหาแนวรับใหม่ที่ระดับ 1,600 จุด ดังนั้นจึงแนะนำนักลงทุนที่มองว่าหากเหตุการณ์ความไม่สงบของสงครามรัสเซีย กับยูเครนยังไม่ลุกลามขยายเป็นวงกว้างไปถึงประเทศอื่นก็เป็นจังหวะที่น่าเข้าไปรับ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าไม่ได้ขยายเป็นวงกว้างและหากมีการเจรจากันได้จะทำให้ภาพของตลาดจะลดความผันผวน
แต่อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ มีความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ความรุนแรงของภาวะสงครามที่อาจจะเกิดความรุนแรงแนะนำนักลงทุนชะลอการลงทุนและรอดูจังหวะที่เหมาะสม
สำหรับกลุ่มหุ้นที่นักลงทุนยอมรับความเสี่ยงได้และเป็นจังหวะที่น่าเข้าไปรับได้แก่หุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบต่อภาวะสงครามค่อนข้างจำกัด และกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศได้แก่กลุ่มโรงพยาบาล BDMS-BH ส่วนกลุ่มค้าปลีกได้แก่ CPALL-MAKRO-HMPRO-BJC และกลุ่ม ICT ได้แก่ ADVANC-TRUE-DTAC
สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (8 มี.ค.65) หากไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่ไม่คาดคิดขึ้น เชื่อว่ามีโอกาสที่จะทรงตัวและลุ้นปรับเพิ่มขึ้นตามสัญญาณทางเทคนิค แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง หากมีประเด็นความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับสงครามก็อาจจะส่งผลกระทบในด้านลบต่อตลาดหุ้นได้อีก
