สรุปให้แล้ว! หุ้นโรงไฟฟ้าดิ่งไม่เลิกเพราะอะไร จังหวะนี้ทำไมสายถือ-สายเทรดไม่ควรพลาด
นักลงทุนที่เป็นแฟนคลับหุ้นโรงไฟฟ้าและถือหุ้นโรงไฟฟ้าอยู่ในขณะนี้ คงจะเข้าขั้นหัวเสียกันเลยก็ว่าได้เพราะราคาหุ้นทุกวันนี้มีแต่ลดลงเท่าตลาดและบางตัวถึงขั้นลงมากกว่าตลาดเสียอีก โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ประเภท SPP ที่พึ่งพิงก๊าซธรรมชาติ ด้วยการนำก๊าซธรรมชาติมาผลิตกระแสไฟฟ้าและจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าในโรงงานเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งก็พอจะเดาได้ว่ามีหุ้นอะไรบ้าง เช่น BGRIM และ GPSC ที่เป็นขาใหญ่ของวงการนี้
ถ้าถามว่าทำไมหุ้นโรงไฟฟ้าประเภท SPP ถึงได้ปรับตัวลดลงรุนแรงกว่าหุ้นโรงไฟฟ้า IPP คำตอบก็คือ เมื่อราคาต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ และราคาถ่านหินที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมันนั้น ส่งผลกระทบให้ต้นทุนของโรงไฟฟ้าประเภท SPP ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันที ในขณะที่ค่า Ft หรือราคาขายยังไม่สามารถปรับเพิ่มตามได้ทัน ขณะที่โรงไฟฟ้า IPP ไม่ได้รับผลกระทบเพราะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับทางภาครัฐที่เป็นผู้สนับสนุน
ทั้งนี้โดยปกติแล้วค่า Ft จะมีการปรับขึ้นหรือลงจากทางภาครัฐในทุกๆ 4 เดือนในรอบระยะเวลา 1 ปี และยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้ภาครัฐมีนโยบายที่จะช่วยเหลือเรื่องค่าไฟฟ้าของประชาชน นั่นก็ส่งผลให้ค่า Ft มีโอกาสที่จะไม่ถูกปรับขึ้น ซึ่งก็ส่งผลให้ราคาขายไฟฟ้าของหุ้นโรงไฟฟ้าประเภท SPP นั้นไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปด้วย ดังนั้นการที่ราคาเชื้อเพลิงพลังงานอย่างก๊าซ และถ่านหินเพิ่มขึ้นนั้น จึงเป็นตัวกดดันหุ้นโรงไฟฟ้า SPP
ในแง่ของพื้นฐาน ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 ประเมินว่าจะออกมาไม่ดีเท่าที่ควร เพราะประเด็นของต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ทั้งในแง่ของราคาก๊าซและถ่านหิน ยังมีผลกดดันต่อมาร์จิ้น เพราะไม่สามารถปรับราคาขายไฟฟ้าเพิ่มตามขึ้นไปได้ ขณะที่ทาง GPSC จะมีประเด็นที่กดดันเฉพาะตัว เช่น โรงไฟฟ้าโกลว์เฟส 5 ที่เป็นช่วงคาบเกี่ยวของการปิดซ่อมบำรุงส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้ายังไม่ดีมาก
คำแนะนำจากนักวิเคราะห์
สำหรับคนที่ถือหุ้นอยู่ BGRIM และ GPSC เนื่องจากราคาตรงนี้ลงมาเยอะ ดาวไซด์ไม่มากเท่าที่ควร แนะนำถือต่อ โดย GPSC ระยะยาวนั้น เชื่อว่าสงครามรัสเซียและยูเครนจะต้องมีวันคลี่คลาย ถ้าราคาพลังงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้เชื่อว่าราคาหุ้นก็จะสามารถฟื้นตัวได้ และระยะยาว GPSC เป็นผู้นำในด้านไฟฟ้าของกลุ่มปตท.
จังหวะนี้ในแง่ของพื้นฐานที่ปรับตัวลดลงมานั้นทำให้ราคาหุ้นมีอัพไซด์ที่กว้างขึ้น แต่ในเชิงของเทคนิคจังหวะการเข้าลงทุนนั้น ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบเช้าเข้าซื้อ โดยหากเป็นนักลงทุนประเภทระยะยาวแนะนำสามารถทยอยเข้าลงทุนได้
ทั้งนี้หุ้นโรงไฟฟ้าจะกลับมาได้นั้น ต้องรอราคาพลังงานกลับมาเป็นปกติ แต่หากดูแนวโน้มรายสัปดาห์ราคาก๊าซและถ่านหินยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด ดังนั้นภาพราคาเชื้อเพลิงที่ยังเป็นขาขึ้นอยู่ ทำให้ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะหุ้นโรงไฟฟ้าประเภท SPP อย่างต่อเนื่อง
EA อาจจะดิ่งเพราะสาเหตุนี้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า กรณีที่หุ้นของ EA และ GPSC ปรับตัวลดลงนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะความกังวลที่ราคานิกเกิล nickel ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบของการทำแบตเตอรี่ EV ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทาง GPSC กับ EA กำลังจะทำ
โดยจากการที่ได้สอบถามไปยังผู้บริหาร EA ได้ความว่า การทำแบตเตอรี่ของ EA นั้นเป็นแบบลิเธียม NMC ถึงแม้ว่าพื้นฐานขั้นต้นที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่นั้นคือลิเธียมแต่ว่าจะมีส่วนผสมของนิกเกิล กับ แมงกานีส (Manganese) และโคบอลต์ (Cobalt) ซึ่งตลาดก็กังวลว่าถ้ากรณีที่ราคานิกเกิลปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบนี้แล้วโปรเจกต์จะยังไปต่อได้หรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือเป็นความกังวลต่อ EA และ GPSC อย่างไรก็ตามในมุมของรายได้และกำไรที่จะได้จากธุรกิจแบตเตอรี่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยหลักแล้วผลประกอบการยังคงมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าทั้งสองบริษัท
