จับตา! ผลประชุม FED วันที่ 15 มี.ค.นี้ จะสร้างเซอร์ไพรส์เรื่องดอกเบี้ยหรือไม่ และกระทบตลาดหุ้นไทยแค่ไหน?
สิ่งที่หลายฝ่ายยังคงจับตามองอยู่ขณะนี้คือการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปีของธนาคารกลางสหรัฐ ที่จะมีผลการประชุมออกมาในวันที่ 15 มี.ค.นี้จะเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์หรือไม่ว่าจะขึ้นแค่เพียง 0.25% หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวบอกว่าคณะกรรมการบางรายเรียกร้องให้มีการเพิ่มขึ้น 0.50%
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นในการประชุมครั้งนี้ 0.25% ซึ่งจะออกมาเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกันจะต้องติดตามมุมมองการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการว่าในระยะถัดไป
สำหรับปัจจัยในประเด็นเซอร์ไพรส์ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการประชุมในครั้งนี้คือเรื่องของการปรับลดขนาดตัวเลขงบดุล ที่อาจจะไม่ได้มีการเร่งตัวขึ้น หลังจากที่ภาวะของสงครามรัสเซียกับยูเครนยังอยู่ในสภาวะตึงเครียดอยู่ขณะนี้ อาจจะทำให้นโยบายดังกล่าวไม่เข้มงวดเหมือนในการประชุมครั้งที่ผ่านมา สำหรับเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ในทางลบคือเฟดปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.50% และส่งสัญญาณว่าจะปรับลดขนาดงบดุล
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยว่า การประชุมของเฟดในครั้งนี้เชื่อว่าจะยังไม่สร้างเซอร์ไพรส์อะไรไปมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยแค่เพียง 0.25% และมีความชัดเจนในด้านของการลดขนาดงบดุล ว่าจะสามารถดำเนินการปรับลดได้ในช่วงไหน
กนง.จะขึ้นดอกเบี้ยตามหรือไม่
นายชาญชัย ระบุว่า หากมองย้อนกลับมาในมุมของประเทศไทยนั้น ยังห่างไกลกับความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง. จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบาย เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของไทยยังเปราะบาง และยังฟื้นตัวไม่เท่ากับก่อนช่วงที่เกิดเหตุการณ์ระบาดของไวรัสโควิด19 ส่วนประเด็นการที่เงินเฟ้อของไทยเร่งตัวขึ้นนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นจึงมองว่ากนง.น่าจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย
ขณะที่นายประกิต ให้เหตุผลว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทยเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครั้งหลังของปี 65 โดยคณะกรรมการกนง.จะต้องปรับเพิ่มดอกเบี้ยเพราะเงินเฟ้อของไทยอยู่ในระดับสูง เงินเฟ้อขึ้นกระทบให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตได้ช้า เงินเฟ้อขึ้น 5% แต่เงินเดือนขึ้นไม่ถึง 5% ก็ส่งผลให้เห็นว่าเศรษฐกิจไม่ได้สะท้อนในตัวเงินเฟ้อที่เร่งขึ้น
เฟดขึ้นดอกเบี้ยหุ้นไทยจะโดดเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในช่วงก่อนหน้านี้ที่มีความชัดเจนแล้วว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับเพิ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% นั้น หุ้นที่ได้รับความสนใจคือหุ้นประเภท Value Stock มากกว่าหุ้น Growth stock ดังนั้นเองฝั่งของตลาดหุ้นภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทยจะโดดเด่นเพราะมีหุ้นประเภท Value Stock ที่มากกว่า และถือเป็นกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจกระทบสงครามรัสเซียยูเครนแบบจำกัด ทั้งในเรื่องของการค้าและการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงมองว่าจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นไทย
