เปิดแผนปี 65 “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” จับมือ “วู้ดดี้” ปั้นแบรนด์ DREAMIA หมอนนวัตกรรมใหม่
ILM กางแผนปี 2565 ชูภายใต้วิสัยทัศน์ INDEX NEXTPERIENCE 2022 หวังดันยอดขายรวม 8,200 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อน จับมือ “วู้ดดี้” พิธีกรชื่อดัง ปั้นแบรนด์ ‘DREAMIA’ หมอนไฮบริด 7 นวัตกรรม จากอเมริกา รองรับความต้องการตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ คาดผลักดันยอดขายกลุ่มสินค้าที่นอนและเครื่องนอนเติบโต 20%
นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในช่วงไตรมาส 1/65 คาดจะเป็นการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักหลังจากประชาชนเริ่มเรียนรู้กับโควิด-19 และเริ่มออกมานอกบ้านเพื่อจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น จึงมองว่าไตรมาสนี้มีแนวโน้มที่อยู่ในเกณฑ์ดี
ทั้งนี้ทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปี 2565 ภายใต้วิสัยทัศน์ INDEX NEXTPERIENCE 2022 รวมถึงการนำกลยุทธ์ในด้านต่างๆ มาขับเคลื่อนการดำเนินงาน คาดจะสามารถผลักดันยอดขายได้ตามเป้าหมายที่กำหนด โดยตั้งเป้ายอดขายรวม 8,200 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อน
ทั้งนี้ ในปี 2565 จากแนวโน้มสัญญาณการฟื้นตัวของอสังหาริมทรัพย์และมาตรการต่างๆ ของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยจะมีดีมานด์เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา และเพื่อรองรับความต้องการเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ ของตกแต่งบ้าน จึงได้มีแผนงานขยายสาขาในประเทศ 1 สาขา บนทำเลย่านลาดกระบัง ในรูปแบบ Mixed-use ที่มีส่วนพื้นที่ขายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ ของตกแต่งบ้าน และพื้นที่เช่า ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ของปีนี้
ขณะที่ตลาดต่างประเทศ ได้เตรียมขยายสาขาในรูปแบบการให้สิทธิ์แฟรนไชส์กับพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ บรูไน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ราว 5 สาขา ซึ่งอยู่ในระหว่างการหารือความร่วมมือและมองโอกาสในการทำตลาดร่วมกัน
นอกจากนี้ยังวางแผน Diversify ไปยังธุรกิจที่มีความ Synergy กับธุรกิจหลัก เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับธุรกิจ หรือขยายธุรกิจที่มองว่ายังมีช่องทางการทำตลาด เพื่อต่อยอดสร้างรายได้เสริมความแข็งแกร่งและตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้านอย่างครบวงจรอีกด้วย โดยปัจจุบันได้ลุยเปิด Korean Supermarket ภายใต้ชื่อ SEOUL U MART รวม 2 สาขาตั้งแต่ปลายปี 2564
อย่างไรก็ตามปีนี้ยังคงเป็นปีที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยการระบาดของโรคโควิด-19 ถึงแม้สถานการณ์จะไม่รุนแรงเหมือนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็ตาม ซึ่งเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว รวมถึงเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภค อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ในฐานะของผู้นำตลาดค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ และของตกแต่งบ้าน จึงได้กำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2022 ภายใต้วิสัยทัศน์ INDEX NEXTPERIENCE 2022 ที่มุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในทุกมิติตอบรับกับอินไซต์ของผู้บริโภคยุค Next Normal ทั้งช่องทางออฟไลน์&ออนไลน์ ด้วยการนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มารวบรวม วิเคราะห์ตัวตน ความชอบ พฤติกรรมการช้อปของลูกค้า
ทั้งนี้เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการในรูปแบบ Personalization ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น รวมถึงการ สร้างสรรค์ New Store Format เพื่อประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีของลูกค้า ทั้งการจัดดิสเพลย์สินค้าแต่ละแคทติกอรี่ให้แตกต่างและโดดเด่น ผสานความร่วมมือจากร้านค้าผู้เช่าพื้นที่ด้วยสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ รวมถึงเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการขายที่สร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าภายในสาขาต่างๆ มากขึ้น
จับมือ ‘วู้ดดี้’ เปิดตัวแบรนด์ ‘DREAMIA’
ดังนั้นเพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ INDEX NEXTPERIENCE 2022 ในครั้งนี้ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ยังได้นำกลยุทธ์ Collaboration Marketing ผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า โดยในไตรมาสแรกนี้ได้ประเดิมความร่วมมือในรูปแบบ Collaboration กับ คุณวู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ในการร่วมสร้างแบรนด์ “DREAMIA” หมอนไฮบริด เพื่อรองรับตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าที่นอนและเครื่องนอน ของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ให้หลากหลาย ซึ่งในปี 2021 กลุ่มสินค้าดังกล่าว มีอัตราการเติบโตถึง 16 % โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ซึ่งการนอนหลับถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม
ทั้งนี้ ข้อมูลจากการสำรวจ Super Poll เกี่ยวกับการนอนหลับของคนไทยทั่วประเทศ 1,109 ตัวอย่าง (ณ กันยายน 2564) พบว่า30-40 % ของประชากรไทยหรือราว 19 ล้านคนต้องเผชิญปัญหานอนไม่หลับ โดยระบุสาเหตุจากที่รองนอน ฟูก และหมอน ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการนอนถึง 96.5%
สำหรับการเปิดตัวหมอนไฮบริดแบรนด์ DREAMIA ในครั้งนี้ ได้ร่วมกับ คุณวู้ดดี้-วุฒิธร ซึ่งนำประสบการณ์จากการใช้งานจริง มาร่วมกันเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ที่มีปัญหาจากการนอน อาทิ ภาวะออฟฟิศซินโดรม ปัญหาระบบภายในร่างกายไม่สมดุล ฯลฯ โดยหมอน DREAMIA นำเสนอความแตกต่างด้วยการนำ 7 นวัตกรรมจากประเทศสหรัฐอเมริกามาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อสร้างมิติใหม่แห่งการนอนแบบ All in one ได้แก่ Softcell Construction ให้ความนุ่มสบายรองรับศีรษะด้วยเส้นใยขนเป็ดเทียม, Elongated Softcell ให้ทุกสัมผัสการนอนเป็นไปอย่างราบลื่นในทุกองศา, ผ้าหุ้มหมอน Tencel ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตจากเซลลูโลสของเปลือกไม้ ให้เนื้อสัมผัสที่ละเอียดนุ่มเรียบลื่น, MEMORY FOAM ช่วยกระจายน้ำหนักของศีรษะและปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม, เส้นใย Celliant ช่วยการทำงานของระบบการไหลเวียนโลหิตและกล้ามเนื้อให้รู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอน, เลือกปรับระดับสูง-ต่ำ ของหมอนได้เพียงนำหมอนใบเล็กที่เสริมไว้ด้านในออก และ Antimicrobial Silver Chloride Treatment ที่ช่วยป้องกันแบคทีเรีย เชื้อรา กลิ่นและรอยคราบต่างๆ
โดยได้เปิดตัวแบรนด์ DREAMIA “หมอน รุ่น Recovery” พร้อม “ปลอกหมอนกันเปื้อน รุ่น Omniguard” โดยในช่วงเปิดตัวและเพื่อต้อนรับ ‘วันนอนหลับโลก' (World Sleep Day) ได้มอบสิทธิพิเศษด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2,990 บาท จากราคาปกติ 4,980 บาท เท่านั้น ซึ่งวางจำหน่ายที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขาทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ ที่ www.indexlivingmall.com Line / Facebook และ IG : Dreamia Official รวมทั้งช่องทางแพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ชั้นนำ
นางสาวกฤษชนก กล่าวอีกว่า แม้ว่าตลาดกลุ่มเครื่องนอนและหมอนเพื่อสุขภาพจะมีจำนวนผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายที่หลากหลาย แต่เรามองว่ายังมีโอกาสและช่องว่างในการทำตลาด โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่ม Premium Segment และกลุ่ม Health Conscious ที่มีกำลังซื้อสูง ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ซึ่งคาดว่าจะยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้วางแผนงานด้านการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ DREAMIA โดยนอกจากการได้ร่วม Collaboration กับคุณวู้ดดี้เพื่อทำการตลาดร่วมกันแล้ว ยังได้ทุ่มงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกใช้หมอนที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพการนอน ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดย คาดว่า แบรนด์ DREAMIA จะช่วยผลักดันยอดขายในกลุ่มสินค้าเครื่องนอนให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
งบลงทุนปีนี้ 480 ล้านบาท
สำหรับงบลงทุนรวมในปี 2565 บริษัทกำหนดไว้ที่ระดับ 480 ล้านบาท เป็นรองรับการเปิดสาขาใหม่ที่ลาดกระบัง 220 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดได้ภายในปลายปีนี้ รวมทั้งยังวางงบลงทุนเพื่อรองรับการปรับปรุงสาขา และลงทุนปรับปรุงเครื่องจักร และระบบไอที
ขณะที่ COM7 เข้ามาบริหารโซนเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัทจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบค่าเช่าพื้นที่ ส่วนการวางแผนความร่วมมือในอนาคตนั้น มองว่าหากมีโอกาสในการขยายความร่วมมือไปยังเรื่องอื่นๆ ก็คงจะมีการพูดคุยกันต่อไปในอนาคต
เดินหน้าสร้างความยั่งยืน
นอกจากแผนงานเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในด้านต่างๆ แล้ว อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืนด้วยแนวคิด “Sustainable Living for Future Lifestyle” ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ดำเนินโครงการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการใช้พลังงานทดแทนจากการติดตั้ง Solar Rooftop ของสาขาต่างๆ โดยมีแผนติดตั้ง ครบทุกสาขา (ภายในปี 2570), การนำเทคโนโลยี Customize เฟอร์นิเจอร์ตอบโจทย์ดีไซน์เฉพาะบุคคล และผลิตสินค้าด้วยเทคโนโลยีคำนวณการใช้วัสดุไม้เพื่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า, เพิ่มสัดส่วนการดีไซน์สินค้าและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุรีไซเคิล เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค
รวมทั้งการจัดการขยะและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ (Waste Management) ด้วยนโยบาย 3Rs Reduce, Reuse and Recycle เช่น การรีไซเคิลโดยนำเศษไม้ปาร์ติเกิ้ล กล่องกระดาษ ฯลฯ (จำหน่ายให้กับบริษัทคู่ค้า) เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่อีกครั้ง, การเข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC), สนับสนุนสินค้าหัตถกรรมจากวิสาหกิจชุมชนเข้ามาจำหน่าย, การเปิดบริการสถานีประจุไฟฟ้ารองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station ), สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานผู้สูงอายุ-คนพิการและนักศึกษาจบใหม่ เป็นต้น ซึ่งเราจะคงเดินหน้าสานต่อโครงการต่างๆ และสร้างสรรค์โครงการใหม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
“จากแผน INDEX NEXTPERIENCE คาดหวังให้เราเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นเบอร์ 1 ธุรกิจ Home Furnishing รวมเรื่องบ้านและการตกแต่งบ้าน ครบ จบในที่เดียว จะช่วยสร้างการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ข้างหน้าได้อย่างแน่นอน” คุณกฤษชนก กล่าว
