BGRIM รับต้นทุนก๊าซเพิ่ม-ปรับราคาขายไม่ทัน กดดันผลงานงบไตรมาส1/65 ลดลง เล็งดัน บ.ย่อยระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริการการเงินและบัญชี บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ยอมรับว่าผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 1/65 จะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับไตรมาส4/64 เนื่องจากการที่ราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นต้นทุน ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจึงส่งผลให้ราคาขายของบริษัทไม่สามารถปรับเพิ่มตามได้ทันที แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในช่วงไตรมาส 2/65 จะเริ่มดีขึ้น
ในส่วนของการบริหารจัดการเรื่องราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นต้นทุนของบริษัทอยู่ในระดับสูงนั้น บริษัทอยู่ระหว่างกระบวนการนำเข้า LNG ในช่วงต้นปี 66 จากการที่ได้รับใบอนุญาตการนำเข้า LNG 1.2 ล้านตันต่อปี โดยระยะแรกจะเริ่มนำเข้า LNG ปริมาณ 5 แสนตัน ตั้งแต่ในต้นปี 66 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะมีราคาที่ต่ำกว่าการซื้อก๊าซธรรมชาติแหล่งปัจจุบัน 7-10 %
ขณะเดียวกันบริษัทมีเป้าหมายลดปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ ด้วยการที่ 5 โครงการโรงไฟฟ้า SPP เดิม ใช้เทคโนโลยีใหม่ ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้ก๊าซลง 15% ต่อโครงการ และการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงการโรงไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติลง 20-25 ล้านบาทต่อปี ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะดำเนินการตามแผนควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 100 ล้านบาท
ทั้งนี้วางเป้าหมายการได้มาของโครงการใหม่ๆ ในปี 65 อย่างน้อย 1,000 MW ถือเป็นการเพิ่มกำลังการผลิต 10-15% จากการเข้าซื้อกิจการที่คาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะสามารถปิดดีลได้ 2-3 โครงการ และการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้า SPP จำนวน 5 แห่ง และมีแผนจะเพิ่มจำนวนลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมรายใหม่ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า อย่างน้อย 55 เมกะวัตต์ โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นตามไปด้วยประมาณ 15-20%
นอกจากนี้อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าประเภท LNG ที่ประเทศเวียดนาม จำนวน 3-4 โครงการ ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนจากทางภาครัฐของประเทศเวียดนาม โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนของแผนพัฒนาพลังงานเวียดนามในช่วงปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัทแสวงหาโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้าประเภท IPP ในกลุ่มประเทศยุโรป และอเมริกา
สำหรับงบ ลงทุนวางไว้ว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 140,000 ล้านบาท เบื้องต้นจะแบ่งเป็นเงินลงทุนจากในส่วนของบริษัทประมาณ 45,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากกระแสเงินสดของบริษัทที่ได้จากการที่โรงไฟฟ้าจ่ายไฟเข้าระบบ และมีแผนจะออกหุ้นกู้วงเงินรวมประมาณ 15,000-20,000 ล้านบาท
ส่วนประเด็นการนำบริษัทย่อยเข้าระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นไอพีโอ ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการระดมทุนของบริษัทหลังจากที่ในอนาคตมีโอกาสที่จะเข้าลงทุนโครงการใหม่เพิ่มขึ้น เบื้องต้นจะเป็นการระดมทุนขายหุ้นไอพีโอในกลุ่มประเทศที่บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าดำเนินการอยู่ เช่นเวียดนาม แต่ไม่ปิดโอกาสที่จะศึกษาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์
