โพยหุ้นเด่นสุด รับผลบวก...เมื่อรัฐปรับเพิ่มค่า Ft
โพยหุ้นสัปดาห์นี้จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะล่าสุดดูเหมือนว่าหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามีข่าวดี ถือเป็น sentiment เชิงบวกต่อหุ้นพอสมควรอย่าง สำนักงาน กกพ.ได้เปิดเผยว่า จากการประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2565 ได้มีมติให้ปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2565 โดยให้เรียกเก็บที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 4.00 บาทต่อหน่วย ดังนั้นโพยหุ้นสัปดาห์นี้เราจะหยิบยกหุ้นที่จะได้ผลบวกมาฝากนักลงทุนผ่านบทความนี้
สะท้อนจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าดังกล่าว ให้นักลงทุนดูสัดส่วนบริษัทที่มีรายได้จากลูกค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก และต้องเป็นโรงไฟฟ้า SPP เป็นหลัก ดังนั้นมองว่าเป็นบวกโดยตรงต่อ BGRIM และ GPSC โดย BGRIM มีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าอุตสาหกรรมที่ 23% ขณะที่ GPSC ราว 40%
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเป็นบวกหุ้นต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า การปรับค่า Ft ขึ้นรอบพ.ค.-ส.ค.65 เพิ่มขึ้น 23.38 สต/หน่วย มากกว่าที่เคยให้ guidance ซึ่งจะปรับเพิ่มขึ้นรอบละ 16.71 สต/หน่วย ในปีนี้ ทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นราว 7% (ม.ค. 21-ส.ค.65) ในขณะที่ค่าก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้น9% (ราคาเฉลี่ย 63-64) และยังคงสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 65 แม้ยัง cover ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังไม่หมด แต่ช่วยผ่อนคลายภาระต้นทุนได้ดีขึ้นกว่าที่ประเมิน เป็นpositive sentiment กับหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีลูกค้าอุตสาหกรรมในสัดส่วนที่มาก โดยเรียงลำดับหุ้นที่ได้ประโยชน์คือ BGRIM (ซื้อราคาเป้าหมาย 56.50 บาท), GPSC (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 90.00 บาท), GULF (ถือ ราคาเป้าหมาย 47.00 บาท)
ส่วนมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเด็นที่ประชุม กกพ.มีมติให้ปรับขึ้นค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือน พ.ค ส.ค. เป็น 4 บาทต่อหน่วย (ปรับขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย) สะท้อนต้นทุนค่าเชื้อเพลิงโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่พุ่งจากสงครามรัสเซีย ยูเครน จากประมาณการของ กกพ. พบว่าต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นทำให้ค่า Ft เดือน พ.ค-ส.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 1.2991 บาทต่อหน่วย แต่ค่า Ft งวดนี้ปรับขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย เชื่อว่าจะมีการปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดอีก 69.61 สตางค์ต่อหน่วยในรอบเดือน ก.ย-ธ.ค. และ 84.71 สตางค์ต่อหน่วยในรอบ ม.ค- เม.ย. 66 ส่งผลให้อัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP สูงขึ้นทันที โดยคาดว่ากำไรของ BGRIM จะเพิ่มมากสุดกว่า 1 พันล้านบาทในรอบ 1 ปีข้างหน้า ส่วน GPSC กำไรเพิ่มราว 1 พันล้านบาท GULF เพิ่มขึ้น 400 ล้านบาท
GPSC เป้า 94.5 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า GPSC (เป้าพื้นฐาน 94.5 บาท) ประเมินธุรกิจโรงไฟฟ้าในไทยรับ Sentiment บวกจากการเตรียมปรับขึ้นค่า Ft งวด พ.ค. - ส.ค. 65 ที่เพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์/หน่วย (มากกว่าคาด) รวมทั้งประเมินธุรกิจแบตเตอรี่ที่ GPSC* ลงทุนทั้งในไทยและจีน จะรับอานิสงส์บวกจากนโยบายภาครัฐฯทั้งไทยและในต่างประเทศที่หนุนรถ EV
ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า GPSC ได้ประโยชน์รัฐขึ้นค่า Ft ขณะที่บริษัทมีลูกค้า SPP ประเภทอุตสาหกรรมภายนอกที่มากในสัดส่วนราว 28% จึงจะได้ปรับราคาขายไฟฟ้า รักษามาร์จิ้นไว้ได้ คาดว่าโรงไฟฟ้า GLOW เฟสที่ 5 กลับมาดำเนินงานปกติเดือนมี.ค.65 และได้รับค่าเคลมประกันภายในปีนี้ ให้ราคาพื้นฐาน 90 บาท
BGRIM เป้า 42 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) BGRIM (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 42 บาท) มองราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมาสะท้อนความกังวลอัตรากำไรขั้นต้นที่จะชะลอลงไปแล้ว ขณะที่หากรัฐบาลปรับขึ้นค่า FT บริษัทจะเป็นผู้ได้ประโยชน์มากสุดเพราะมีสัดส่วน SPP ค่อนข้างเยอะ

