3 หุ้นตระกูลเจมาร์ทเครื่องแรง หลังนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มในกลุ่มตระกูล “เจมาร์ท” วันนี้ (29 มี.ค.65) ร้อนแรงไม่ต่างกับอุณหภูมิประเทศไทยสักเท่าไหร่ เพราะล่าสุดนักวิเคราะห์ได้ประกาศปรับมุมมองและเพิ่มราคาเป้าหมายของ JMART,JMT และ SINGER จึงส่งผลให้สามหุ้นตระกูลเจมาร์ท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นและมีมูลค่าการซื้อขายอย่างหนาแน่น
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่าผลประกอบการปีนี้ของ JMART ได้ประโยชน์จาก JMT-SINGER ที่ทำกำไรสุทธิเติบโต +66%/+75% จากปีก่อน ซึ่งมีสัดส่วน 72% บนฐานกำไรของ JMART ขณะเดียวกันบริษัทอื่นก็เริ่มมีสัญญาณบวกทั้ง Mobile-KBJ ที่กลับมาเข้าสู่ โหมดเติบโตอีกครั้งหลังปรับโครงสร้าง
ทั้งนี้เชื่อว่าตลาดใน 6 เดือนข้างหน้า จะเริ่มให้ premium บน valuation JMART เนื่องจากเป็นหัวหอกที่จะสร้าง Synergy & Growth ใน Ecosystem จากพันธมิตรนอกเครือเพิ่มในปีนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ผู้บริหารที่จะสร้าง Tech Investment Holding Co. (T-IHC) รองรับการเติบโตปีละ 50% ใน 3 ปีจากนี้ ราคาเหมาะสม 75 บาท แนะนำ ซื้อ
สำหรับมุมมองต่อ JMT นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า แนวโน้มกำไรยังเป็นลักษณะใกล้เคียงกับในอดีต โดยงวดไตรมาส 1/65 อาจอ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตามยังรักษาอัตราเติบโตสูงเทียบเมื่อเทียบกับปีก่อน ไว้ได้ ก่อนที่จะขยายตัวต่อไตรมาสในช่วงที่เหลือของปีนี้
ที่สำคัญกว่านั้นคือในช่วงครึ่งแรกของปี 65 ให้น้ำหนักพัฒนาการของการร่วมทุน-รับรู้รายได้ใน JV กับธนาคารพาณิชย์ (KBANK) ที่กำลังเกิดขึ้นใน 2-3 เดือนข้างหน้า การเข้าซื้อที่ชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน และเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตของกำไรเฉลี่ย (CAGR) 43% ใน 2 ปีข้างหน้า ดังนั้นปรับราคาเหมาะสมขึ้น +30% เป็น 103 บ./หุ้น ยังคงเลือก JMT เป็น Top pick สำหรับกลุ่มบริหารหนี้ฯ (AMC) ที่การเติบโตโดดเด่นเทียบภายในกลุ่มการเงิน
ส่วน SINGER นักวิเคราะห์มองว่า แม้ Valuation สูงกว่ากลุ่มแต่เป็นเรื่องที่สมควร บนโมเมนตัมกำไรที่แข็งแรงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า ในครึ่งแรกของปี 65 ทั้งธุรกิจขาย-เช่าซื้อ (HP) และจำนำทะเบียน (C4C) ที่ขยายพอร์ตสินเชื่อได้ตามเป้า ขณะมีปัจจัยเร่งในครึ่งหลังของปี 65 จากการ spin-off บริษัทย่อยเพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อจาก 1 หมื่นล้านบาท เป็น 3 หมื่นล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้า หนุนกำไรเฉลี่ย (CAGR) 27% ปัจจัยบวกข้างต้นจะหนุนราคาหุ้นใน 12 เดือนข้างหน้า จึงปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 60.50 บาท แนะนำ “ซื้อ”
