Exclusive SGP มองราคา LPG ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 700 เหรียญ เตรียมปิด 2 ดีลซื้อกิจการในต่างประเทศไม่เกินปี 65
เมื่อราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เคลื่อนไหวในระดับสูง หนึ่งในผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงคงหนีไม่พ้น บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP ที่ดำเนินธุรกิจแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ 1. ธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้เครื่องหมายการค้า สยามแก๊ส และ ยูนิคแก๊ส แอมโมเนีย และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่น 2. ธุรกิจขนส่ง : ขนส่งก๊าซ LPG, ขนส่งน้ำมัน และขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่น 3. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายถังก๊าซ LPG 4. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล
หากย้อนกลับไปสำรวจผลประกอบการในปี 2564 ถือว่าทำฟอร์มได้อย่างโดดเด่น มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 3,808.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,746.67 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 84.71 % เทียบกับงวดปี 63 ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 2,061.84 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 78,603.77 ล้านบาท เป็นรายได้จากการขาย,ขนส่ง และบริการ รายได้อื่น 906.13 ล้านบาท เนื่องจากราคา LPG ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 64 มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยครึ่งปีหลังราคาก๊าซปรับตัวขึ้นกว่า 245 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน ส่งผลให้กำไรในปีที่ผ่านมาเติบโตเป็นที่น่าพอใจ
สำหรับ SGP ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีกำไรสุทธิเติบโต 3 ปีติดต่อกัน เห็นได้จากงวดปี 2561 รายงานกำไรสุทธิ 871.18 ล้านบาท หลังจากนั้นปี 2562 เติบโตมาอยู่ที่ 1,359.92 ล้านบาท ขณะที่ปี 2563 ก็ยังสร้างการเติบโตได้อีกมาอยู่ที่ระดับ 2,061.84 ล้านบาท ล่าสุดปี 2564 กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่นมาอยู่ที่ระดับ 3,808.51 ล้านบาท
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปี 2565 จะเป็นอย่างไร Wealthy Thai ได้มีโอกาสพูดคุยกับนางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP ซึ่งได้เปิดเผยถึงเป้าหมายธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจ ที่พร้อมจะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับ SGP
โดยคุณจินตณา เล่าว่า แนวโน้มผลประกอบการปี 2565 คาดว่าจะมีรายได้เกือบแตะระดับ 1 แสนล้านบาท เติบโตจากปี 2564 ที่มีรายได้ระดับ 79,510.73 ล้านบาท เป็นผลมาจากราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยประเมินว่าราคาก๊าซ LPG ในปี 2565 คาดว่าจะอยู่ในระดับเฉลี่ยประมาณ 700 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งแรงผลักดันจากความต้องการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยวไม่ว่าจะทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ร้านอาหาร และรถยนต์มีการขับเคลื่อนเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น และเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวดีต่อเนื่อง ความต้องการใช้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ในปี 2565 บริษัทวางเป้าปริมาณขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) อยู่ที่ราว 3.65 ล้านตัน เติบโต 10-12% จากปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณขายอยู่ที่ประมาณ 3.2 ล้านตัน เนื่องจาก ในต่างประเทศมียอดขายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศจีน และบังกลาเทศ ที่มีการเติบโตในทิศทางที่ดี ขณะที่ในประเทศเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นอีกด้วย
โดยทางบริษัทประเมินว่ายอดขายภายในประเทศ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 6% ขณะที่ยอดขายจากต่างประเทศประเมินว่าจะเติบโตประมาณ 12-13%จากปีก่อน โดยสัดส่วนยอดขายจะมาจากต่างประเทศ 80% ขณะที่ยอดขายภายในประเทศจะอยู่ที่ระดับ 20%
“ราคา LPG ที่เพิ่มขึ้นมา คาดทำให้รายได้เพิ่มขึ้นมา 8-9 หมื่นล้านบาท หรือเกือบๆ 1 แสนล้านบาทแล้ว (ใกล้เคียง 1 แสนล้านบาท) โดยมองราคาก๊าซ LPG ปีนี้ไม่น่าจะต่ำไปกว่า 700 เหรียญต่อตัน แรงสนับสนุนมาจากเรื่องของสงคราม และความต้องการที่ปรับเพิ่มขึ้น”
สำหรับแผนการขยายลงทุนปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อกิจการเพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ SGP ไม่ว่าจะเป็น การเจรจาเข้าซื้อธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) รวมทั้งยังเจรจาเข้าซื้อโรงไฟฟ้า ซึ่งทั้ง 2 ดีลดังกล่าวอยู่ในต่างประเทศทั้งหมด คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2565
ส่วนการขยายการลงทุนภายในประเทศ บริษัทมีแผนก่อสร้างคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) สุขสวัสดิ์ จ.สมุทรปราการให้แล้วเสร็จทั้งหมด 14 ถัง ประมาณ 5-6 หมื่นตัน และยังอยู่ระหว่างขออนุญาต EIA สำหรับก่อสร้างถัง LNG คาดว่าจะได้รับใบอนุญาตในช่วงปลายปีนี้ หรือกลางปีนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะก่อสร้างคลังขนาดเล็กไว้ก่อน โดยคาดงบการลงทุนในอยู่ที่ระดับ 200-300 ล้านบาท หลังจากนั้นก็รอคลังใหญ่ในอนาคต
ทั้งนี้การก่อสร้างคลัง LNG ดังกล่าว เนื่องจาก พลังงานในประเทศค่อนข้างขาดแคลน จึงมองว่า LNG น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าจะเริ่มทำได้ นอกจากนี้บริษัทยังมีการซื้อที่ดินไว้รองรับตั้งนานแล้ว อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอผลการอมุมัติจากรัฐบาล ส่วนงบลงทุนรวมในปีนี้บริษัทวางไว้ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
“หากนักลงทุนจะดู SGP ก็ให้ดูนานๆ ไม่ใช่ดูเฉพาะช่วงๆ เนื่องจาก เราจะมีช่วงราคามีลดลง เพิ่มขึ้น แต่โดยถัวเฉลี่ยแล้วก็ดีมาตลอด ซึ่งเราเป็นหุ้นปันผล ที่จะแบ่งปันให้นักลงทุนที่ถือหุ้นเรา เราสังเกตุว่าแต่ละปีผู้ถือหุ้นเราเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะว่าเราจ่ายเงินปันผลเยอะ ในอัตราที่ค่อนข้างสูง เราได้กำไรมาก็แบ่งปันไป บางส่วนก็เก็บไว้เพื่อขยายธุรกิจดังนั้นหากถือหุ้นเรา สบายใจได้ ว่าคุณจะได้ทั้งแคปปิตอลเกน และเงินปันผล”

