5 อันดับเศรษฐีตลาดหุ้นไทย ใครได้รับเงินปันผลมากที่สุด
ในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปสำรวจข้อมูลกันว่าเหล่าเศรษฐีในตลาดหุ้นไทยที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นผู้ที่รวยหุ้นมูลค่ามากที่สุดในตลาดหุ้นไทยรายบุคคลนั้น หลังจากที่มีมูลค่าการถือครองหุ้นมากที่สุดแล้ว จะได้รับเงินปันผลงวดปีล่าสุดกันไปเท่าไหร่บ้าง
เริ่มกันที่แชมป์เศรษฐีหุ้นไทยที่ยังคงครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3 ปีหลังสุด อย่าง นายสารัชถ์ รัตนาวะดี โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า “สารัชถ์” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่หนึ่งหุ้น GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 4,171,077,797 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 35.55% โดยมีมูลค่ากว่า 213,767,737,096 บาท ทั้งนี้ในปี 64 ที่ผ่านมา “สารัชถ์” ได้เงินปันผลจาก GULF ไปรวมทั้งสิ้นกว่า 1,835,274,230 บาท
ขณะที่เศรษฐีในตลาดหุ้นไทยอันดับที่ 2 คือ นาย นิติ โอสถานุเคราะห์ หนึ่งในตำนานเซียนหุ้นมือเก๋า และผู้บริหารบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ล่าสุดมีจำนวนหุ้นที่ปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯระบุข้อมูลไว้ จำนวน 8 บริษัท ได้แก่ OSP-MINT-HMPRO-CPALL-CPN-CENTEL-WHA-BKI โดยมีมูลค่ารวมกันกว่า 70,631 ล้านบาท โดย นาย นิติ ได้รับเงินปันผลไปกว่า 1,195,134,638 บาท
สำหรับเศรษฐีตลาดหุ้นไทยอันดับที่ 3 ได้แก่ นาย ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ “หมอเสริฐ” โดย “หมอเสริฐ” ถือหุ้นใหญ่ในกลุ่ม บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS มูลค่ารวมกันกว่า 53,425 ล้านบาท โดยในปีล่าสุดที่ผ่านมา “หมอเสริฐ” ได้รับเงินปันผลจาก BDMS จำนวน 407,525,288 บาท เนื่องจาก BA ประกาศงดจ่ายเงินปันผล
ส่วนเศรษฐีหุ้นไทยอันที่ 4 ได้แก่ นาย พิชญ์ โพธารามิก ผู้ที่ได้รับฉายาว่าพ่อมดทางการเงิน โดยหลังจากการปิดสมุดบัญชีรายชื่อล่าสุดพบว่า “พิชญ์ โพธารามิก” ถือหุ้นใหญ่อยู่ภายในบริษัทเครือที่เป็นเจ้าของ เช่น JAS-JTS และ MONO โดยมีมูลค่ารวมกันกว่า 47,638 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวงดการจ่ายเงินปันผลงวดปีล่าสุด
ปิดท้ายกันที่เศรษฐีหุ้นไทยในอันดับที่ 5 ได้แก่ นายสมโภชน์ อาหุนัย โดย “สมโภชน์” ปรากฏในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท EA หรือบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) แค่เพียงบริษัทเดียว ซึ่งคิดเป็นมูลค่าหุ้นรวมกว่า 40,384,073,828 บาท ทั้งนี้ในงวดปี 2564 ทาง EA ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.30 บาท ทำให้ “สมโภชน์” ได้รับเงินผลไปจำนวน 123 ล้านบาท

