AOT กำลังจะเป็นบริษัทที่ 2ในตลาดหุ้นไทย ที่มีมูลค่ากิจการเกิน 1 ล้านล้านบาท
AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นด่านแรกของการเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางอากาศที่เครื่องบินจากต่างประเทศส่วนใหญ่จะเข้ามาลงจอดในท่าอากาศยานของ AOT ไม่ว่าจะท่าอากาศยานดอนเมือง หรือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งการที่รัฐบาลไทยจะมีการผ่อนคลายเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ย่อมส่งผลดีกับผลการดำเนินงานของ AOT โดยตรง
ปัจจัยดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นของ AOT นั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผลักดันให้มูลค่ากิจการ หรือ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จนล่าสุด AOT มีมูลค่ากิจการอยู่ที่ 9.6 แสนล้านบาท สูงสุดอันดับที่ 2 ของตลาดหุ้นไทย และในเวลาอันใกล้นี้ AOT มีโอกาสที่จะมีมูลค่ากิจการทะลุ 1 ล้านล้านบาท เป็นบริษัทที่ 2 ของตลาดหุ้นไทยด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปหาคำอบกันว่า AOT โอกาสเติบโตอีกมากพอที่จะถึงเป้าหมายนั้นหรือเปล่า !!
บล.บัวหลวง มองว่า หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเริ่มกลับมาน่าสนใจลงทุนอีกครั้ง และ เริ่มต้นคำแนะนำซื้อ สำหรับ AOT ที่ราคาเป้าหมาย 77 CENTEL ราคาเป้าหมาย 47 บาท และ ERW ราคาเป้าหมาย 4.5 บาท มองว่าภาพรวมกลุ่มฯผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2021 และปัจจุบันอยู่ในช่วงขาขึ้นที่ชัดเจน โดยสัปดาห์แรกเดือน เม.ย. นักท่องเที่ยวเติบโต 65% จากเดือนก่อน ทำให้เห็นการฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาสที่ 2 ตามมาตรการผ่อนคลาย
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการรวมของธุรกิจท่องเที่ยวกลุ่มในปีนี้ คาดว่าขาดทุน 1 หมื่นล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 1.9 หมื่นล้านบาทปี 2021 และพลิกเป็นกำไรได้ที่ 1.23 หมื่นล้านบาท และ 3.3 หมื่นล้านบาท และ ในปี 2023 - 2024 ตามลำดับ ดังนั้น หากดูในแง่มูลค่าหุ้นเทียบปี 2024 ยังต่ำกว่าเฉลี่ยปี 2017-19 และหากแยกรายบริษัท คาด CENTEL จะเป็นรายแรกที่มีกำรได้ตั้งแต่ ไตรมาสที่1 จาก รร. ในมัลดิฟส์และไทย
บล.บัวหลวง ได้เลือก AOT เป็นหุ้น Top pick จากการเดินทางขยายตัวรวดเร็ว ขณะที่ CENTEL จะเห็นกำไรฟื้นตัวเป็นชัดเจน ตามมาด้วย ERW
ด้านบล.กรุงศรี ประเมินว่า ทิศทางผลการดำเนินงานของ AOT ในเม.ย. มีการฟื้นตัวแบบ V-shapeแม้จะได้รับผลกระทบจากทั้งการระบาดของ Omicron ระลอกใหม่, การหยุดโครงการ Test&Go ในม.ค., และความขัดแย้งในยูเครน แต่เรายังคงมุมมองว่าผลการดำเนินงานใน ไตรมาสที่ 2 ยังแข็งแกร่ง หากมองต่อไปข้างหน้า เราได้เห็นจำนวนผู้โดยสารจากต่างประเทศในโครงการ Thailand pass อยู่ในระดับที่ดีแตะระดับ 1.6 หมื่นคนต่อ สะท้อนอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของภาคท่องเที่ยวไทยและโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่อง ผลจากจะมีประเทศผ่อนคลายมาตรการควบคุมมากขึ้น
โดยในไตรมาสที่ 2 คาด AOTขาดทุนจากการดำเนินงานในที่ 3,161 ล้านบาท ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันไของปีก่อน แต่ยอดขายยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารที่3.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 53% จากปีก่อน และระหว่างประเทศ 0.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 844% จากปีก่อน ทำให้ยอดขายฟื้นตัวเป็น 3.2 พันล้านบาท โดยมีค่าธรรมเนียมสนามบิน เติบโต 175% จากปีก่อน และรายได้พื้นที่สัมปทานที่ 23% ของยอดขาย เติบโตที่94% จากปีก่อน
ทั้งนี้ บล.กรุงศรี มองว่า อุปสงค์การท่องเที่ยวที่สูงขึ้นสะท้อนการฟื้นตัวของ AOT แบบ V-shape เราเชื่อว่าราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มที่ดีไปแล้ว เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น ถือ เนื่องจากอัพไซด์ที่จำกัดต่อราคาเป้าหมายปี 2023 ของเราที่ 74 บาทต่อหุ้น โดยราคาเป้าหมาย ปี 2022 ของเราอยู่ที่ 62 บาทต่อหุ้น เราแนะนำนักลงทุนให้สลับหุ้นเป็นหุ้นโรงแรมไทย เช่น CENTEL และ ERW ซึ่งเป็นหุ้นที่จะขึนตามในธีมการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทย

