เปิดโผหุ้นที่คาดเข้า SET50 รอบใหม่ RATCH – STGT เสี่ยงหลุด 2 หุ้นตระกูล J จะเสียบแทน!!

ทีมข่าว Wealthy Thai ได้รวบรวมหุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวณดัชนี SET50 มาฝากนักลงทุน หลังจากนักวิเคราะห์ออกมาเปิดเผยว่าข้อมูลในการเทรดเดือน มี.. 65- พ..65 ผ่านได้ครึ่งทาง ซึ่งจะมีหุ้นตัวไหนบ้างที่จะมีโอกาสเข้า คำนวณดัชนี SET50 รวมทั้งหุ้นตัวไหนบ้างที่เสี่ยงหลุด และหากเข้า SET50 แล้วจะส่งผลบวกอย่างไร บทความนี้มีคำตอบให้นักลงทุนแล้ว


สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นักวิเคราะห์อนุพันธ์ของบริษัทได้คำนวณหุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 เบื้องต้น หลังข้อมูลในการเทรดเดือน เดือน มี.. 65- พ..65 ผ่านได้ครึ่งทาง สำหรับเงื่อนไข Market Cap และเช็คสภาพคล่องเดือน มิ..64-ปัจจุบันแล้ว พบว่า

  • หุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 คือ JMT, JMART

  • หุ้นที่คาดว่าจะหลุด คือ RATCH, STGT


นอกจากนี้ยังประเมินอีกว่า กรณี BLA วิ่งขึ้นและยืนเหนือ 45 บาทได้ต่อเนื่องในช่วงนี้ถึงสิ้น พ..65 อาจสร้าง Surprise เข้า SET50 เป็นบริษัทที่ 3 ได้


ล่าสุดทีมข่าว Wealthy Thai ได้ต่อสายตรงไปยังนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้เปิดเผยกับเราว่า หาก JMT และ JMART เข้า SET50 จะทำให้หุ้นเป็นที่สนใจเข้าลงทุนของสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่โมเมนตัมราคาหุ้นที่จะเข้า SET50 ส่วนใหญ่จะอยู่ในเชิงบวก


ด้านในแง่พื้นฐานของ JMT ในปีนี้จะเป็นปีที่กำไรจะทำนิวไฮในทุกไตรมาส จากภาพของการซื้อหนี้ก้อนใหม่ๆที่เข้ามาเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เป็นการไทยที่ฟื้นตัวแบบ U-Shape และไม่ได้พื้นตัวเร็ว ทำให้ภาพการเติบโตของธุรกิจประเภท AMC ค่อนข้างโดดเด่น ที่จะเป็นแรงสนับสนุนเชิงบวกที่ทำให้ JMT  ยังเป็นหุ้นที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของการปรับประมาณการเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการรีวิวเพิ่มเติม


ส่วน JMART ก็เป็นลักษณะเดียวกัน เนื่องจากถือครอง JMT ในสัดส่วนที่สูง และบริษัทลูกก็ทำได้ดีขึ้น รวมทั้งธุรกิจหลักยังเริ่มกลับมามีกำไรต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพ earning ก็จะทำลักษณะนิวไฮคล้ายๆ กัน ดังนั้นโดยรวมจึงมองว่าเป็นหุ้นที่อยู่ในกลุ่มที่เติบโตสูง แต่อย่างไรก็ตามการรีวิวในแง่ของราคาเป้าหมาย และอัพไซด์ต่างๆ นักวิเคราะห์อยู่ในช่วงของการประเมิน


ขณะที่ทางฝั่งของ BLA มาร์เก็ตแคปเบียดๆ อยู่ อันดับ 51 ดังนั้นเหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือนครึ่งจนถึงสิ้นเดือนพ.ค.นี้ มีโอกาสที่จะพลิกขึ้นมาเข้าได้เหมือนกัน โดยช่วงวงจรปัจจุบัน BLA เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์เชิงบวกจากวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น Bond yield ขาขึ้น เพราะฉะนั้นหากดูจากกระแส และธีมการฟื้นตัวของกำไรแล้วนั้น จึงอยู่ในจุดที่น่าสนใจ โดยให้ราคาเป้าหมาย BLA ที่ 50 บาท ซึ่งถือว่ามีอัพไซด์อยู่พอสมควร



สำรวจพื้นฐานหุ้นรายตัว

JMT มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด บอกว่า คาดกำไรไตรมาส 1/65 ที่ 400 ล้านบาท อ่อนตัว 16%จากไตรมาสก่อน ตามฤดูกาล แต่ยังเติบโต 42%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการติดตามหนี้จากสถาบันการเงินอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 18%จากไตรมาสก่อน เนื่องจากสถาบันการเงินอาจนำหนี้มาให้ติดตามมากขึ้น ภายหลังหมดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้


ขณะที่รายได้จากธุรกิจบริหาร NPL อาจลดลงตามฤดูกาล หลังในไตรมาส 4 มักเป็น High Season ขณะที่ต้นทุนการให้บริการลดลงเล็กน้อยตามรายได้ที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคาดเพิ่มขึ้น 56%จากไตรมาสก่อน เนื่องจากในไตรมาส 4/64 อยู่ในฐานตํ่าจากการกลับสำรองหนี้ แต่ในช่วงที่เหลือของปีมองว่ากำไรจะปรับตัวดีขึ้นรายไตรมาสเทียบจากไตรมาสก่อน


ทั้งนี้ปรับประมาณการกำไรปี 65-66 ขึ้น 3.6% และ 8.3% โดยคาดปี 65 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51%จากปีก่อน และปี 66 คาด 2,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40%จากปีก่อน ตามลำดับ โดยเพิ่มประมาณการ JV กับ KBANK จากประมาณการเดิม ภายใต้สมมติฐานว่า JV จะเริ่มดำเนินงานได้ภายในไตรมาส 3/65 ด้วยเงินลงทุน 2,000 ล้านบาท (สัดส่วน 50:50) ซึ่งจะส่งผลบวกต่อกำไรปี 65 ราว 23 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงแรกยังต้องใช้เวลาในการโอนสิทธิเรียกร้อง ทำให้ไม่สามารถติดตามหนี้ได้เต็มที่ แต่จะเห็นกำไรดีขึ้นเด่นชัดในปี 66 เป็นต้นไป


ส่วนในแง่ผลการดำเนินงานปกติ คาดจะเห็นยอดจัดเก็บที่ดีขึ้นจากการเปิดเมือง และการรับรู้รายได้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากหนี้ที่ได้ตัดต้นทุนหมดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตรากำไรจะดีขึ้นเช่นกัน เนื่องจากยอดจัดเก็บที่ดีขึ้นจะทำให้สำรองหนี้ลดลง ซึ่งมองแนวโน้มการเติบโตในช่วงปี 66-68 จะยังสูงที่เฉลี่ยราว 40% ต่อปี


ขณะเดียวกันได้ปรับประมาณการสำหรับเงินทุนที่จะเพิ่มขึ้นจากการใช้สิทธิ JMT-W3 ในเดือน พ.ค. 65 นี้ ซึ่งในช่วงแรกอาจทำให้ ROE ลดลงบ้าง แต่ด้วยอัตราการเติบโตของกำไรในระดับสูง คาด ROE จะฟื้นตัวมาอยู่ที่ระดับ 16%ในปี 67 ได้ไม่ยาก และมีโอกาสจะเห็น ROE ฟื้นตัวต่อเนื่อง หากไม่มีการเพิ่มทุนเพิ่มเติม


ดังนั้นจึงปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 103 บาท อิง PBV 6.25 เท่า (สมมติฐาน Long-term ROE 16%, Ke 9.3% และ Long-term G 8%) โดยมองธุรกิจกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตสูงจากปัจจัยหนี้เสียในระบบที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์เศรษฐกิจ หนี้เดิมที่ตัดต้นทุนหมดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเงินทุนที่ค่อนข้างพร้อม จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”


JMART นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กำไรลูกดี...แม่ก็ดี...มีชัยไปกว่าครึ่ง โดยปี 2565 แนวโน้มบริษัทในเครือยังอยู่ในทิศทางเติบโตทั้ง JMT ตามยอดเก็บเงินสดและการขยายพอร์ตฯ NPL เพิ่มเติมด้วยการทำ JV x KBANK ในช่วงกลางปี SINGER การขยายแฟรนไชส์เท่าตัวและพอร์ตจำนำทะเบียน เพิ่มขึ้น 47%จากปีก่อน ส่วน Mobile เพิ่มขึ้น 68% การเพิ่มสินค้ากลุ่ม IT, IoTs, Café ขยายสาขาในรูปแบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ


ขณะที่ KBJ คาดเพิ่มขึ้น 100% เร่งขยายฐานลูกหนี้และสินเชื่อเติบโต 50% จากปีก่อน ส่วน J รับรู้กำไรจาก JAS Kubon เต็มปีและเริ่มโครงการที่พักผู้สูงอายุ (Senera) JVC หาลูกค้ากลุ่ม Digital transformation ประเมินกำไรปกติไตรมาส 1/65 ราว 400 ล้านบาท ทรงตัวสูงเทียบไตรมาสก่อน และเติบโต 20%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นฐานก่อนการไต่ระดับในช่วงที่เหลือของปี


นอกจากนี้ JMART ไม่เคยหยุดที่จะมองหาโอกาสเติบโตใหม่ๆ โดยบริษัทเผยอยู่ระหว่างศึกษาการขยายธุรกิจแบบ Inorganic มากกว่า 20 โครงการในปีนี้ ซึ่งอาจเป็นรูปแบบร่วมลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีบางส่วนที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น JAYDEE (การรวมกลุ่มร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในต่างจังหวัด หนุนธุรกิจเงินผ่อน-ค้าปลีก) , จัดตั้ง JSG (JMART 50%,GUNKUL40%,SINGER 10%) เพื่อผลิตสินค้ากลุ่ม smart energy ให้กับเครือ ฯลฯ   


โดยเชื่อว่าจะยังเห็นอีกหลายโครงการในช่วงที่เหลือของปี เช่น ธุรกิจ F&B, HR, Medical, e-commerce, Technology ล้วนแต่เปิด Upside risk ของกำไรบางส่วนในครึ่งหลังปี 65 และเข้ามาเต็มปี 2566


ขณะที่ในระยะสั้นราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจากโอกาสที่จะถูกเข้าคำนวณดัชนี SET50 ช่วงกลางปี ส่วนในระยะยาวให้น้ำหนักต่อผลงอกเงยจากบริษัทในเครือจะเป็นแรงหนุนของการเติบโตกำไรปกติในปี 2565-66 ที่ 2,082 ล้านบาท และ 2,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% และ 44%จากปีก่อน หรือเฉลี่ย (CAGR) 42% ต่อปี ใน 3 ปีข้างหน้า โดยปรับราคาเหมาะสมขึ้น 21% เป็น 75.00 บาท/หุ้น อิงวิธี SOTP ตามมูลค่าเหมาะสมของ JMT และ SINGER เพิ่ม 30% และ 11% ที่มีศักยภาพเติบโตได้ดีกว่าคาด โดยยังมี Hidden value จากบริษัทดาวรุ่งใหม่ที่จะเริ่มสะท้อนมูลค่า (JAYDEE, JVC, JGS) คงคำแนะนำ ซื้อ


สุดท้าย BLA นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ให้ราคาเป้าหมายที่  50 บาท โดย BLA เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มประกันชีวิต อันดับ 5-6 ในอุตสาหกรรมด้วย Market share 6% คาดกำไรสุทธิปี 65 ที่ 4.7 พันล้านบาท เติบโต 15%จากปีก่อน รับผลบวกจาก Bond yield ทิศทางขาขึ้นทั้งในด้านสำรองประกันภัยที่คาดลดลง และรายได้จากการลงทุนเติบโตที่จะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น ปัจจุบันพอร์ทสัดส่วนกว่า 80% อยู่ในตราสารหนี้ บริษัทตั้งเป้า FYP growth ราว 10% จากปีก่อน เน้นปรับแผนการขายสินค้าที่มี margin สูงอย่างต่อเนื่องและคาด VoNB เติบโตได้ระดับ Double digit และรักษา margin ระดับนี้ได้


นอกจากนี้ปัจจุบันซื้อขาย P/BV 1.5 เท่า (ค่าเฉลี่ย -0.5 SD) ยังซื้อสะสมได้ ในภาวะ Bond yield ขาขึ้น ซึ่งหุ้นเคยซื้อขายระดับ P/BV 2-3 เท่า ในช่วง Yield ขึ้น รวมถึง คิดเป็น P/EV 1.1 เท่า ยังต่ำกว่าอดีตที่เคยซื้อขาย 1.2 เท่า ล่าสุด US 10 yr ยังทำจุดสูงสุดใหม่ปีนี้ที่ 2.95% มองเป็นหุ้นรับประโยชน์จาก Bond yield ขาขึ้น ทั้งในเชิง รายได้การลงทุน , การตั้งสำรองเบี้ย รวมถึง มูลค่า EV เพิ่มตาม ROI



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us