Official Update :

SCC ธุรกิจปูนซีเมนต์รายแรกไทย P/E ต่ำ - สตอรี่กำไรโดดเด่น เหมาะเป็นจังหวะเข้าลงทุน

เชื่อว่านักลงทุนหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับหุ้น SCC เพราะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ของไทย และจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาอย่างยาวนาน แต่ในมุมมองของนักลงทุนมือใหม่ SCC เหมาะจะเป็น หุ้นตัวแรก หรือไม่ วันนี้ Wealthy Thai มีมุมมองที่น่าสนใจจากนักวิเคราะห์มาฝาก


SCC หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ เอสซีจี เป็น Holding company โดยแบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง


ในด้านการลงทุน SCC มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 432,000 ล้านบาท นับเป็นหุ้นที่มี Market Cap  สูงเป็นอันดับที่ 8 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และถือเป็นหนึ่งในหุ้นใหญ่ยอดฮิตของนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ


ส่วนประเด็นที่ SCC เหมาะจะเป็น “หุ้นตัวแรก ในการเริ่มต้นทุนหรือไม่นั้น คุณภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ให้มุมมองกับ Wealthy Thai ว่า SCC เป็นหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มายาวนาน โดยธุรกิจจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ปิโตรเคมี ที่มีสัดส่วนรายได้เกินกว่าครึ่งของรายได้ทั้งหมด ธุรกิจซีเมนต์ และแพ็คเกจจิ่ง และธุรกิจแพคเกจจิ้ง ซึ่งความน่าสนใจมีหลายมุม ได้แก่

  1. ราคาหุ้นตอบรับประเด็นลบไปมากแล้ว ทำให้ราคาหุ้นปรับฐานลงมาค่อนข้างมาก ซึ่งปัจจัยที่กดดันเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ จากยราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลให้ต้นทุนสูง กดดันการรับรู้กำไร แต่เวลาผ่านไปประเด็นนี้จะค่อยๆ ดีขึ้น ทำให้แรงกดดันที่จะเกิดต่อต้นทุนและกำไรของบริษัทค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน

  2. ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการขยายกำลังผลิตต่อเนื่องกว่า 300,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเห็นการเก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่ดีในปีหน้า นอกจากนี้โครงการ Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) ซึ่งเป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในประเทศเวียดนามที่กลุ่ม SCC ถือหุ้นทั้งหมด 100% ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 91% และว่าคาดว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2566 จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ น่าจะช่วยสนับสนุนให้ปี 2566 บริษัทมีกำไรเติบโตโดดเด่น

  3. ราคาหุ้นของ SCC ปรับฐานลงมาจน P/E เหลือเพียง 10 เท่า ในขณะที่อัตราเงินปันผลคาดว่าจะอยู่ที่ราว 5.14% จึงเป็นหุ้นที่มีสตอรี่การเติบโตของกำไรที่ดี และมูลค่าน่าสนใจลงทุน

  4. แรงขายของนักลงทุนต่างชาติจำกัด เพราะปัจจุบันสัดส่วนการถือครองหุ้น SCC ของนักลงทุนต่างชาติปรับลงมาเหลือ 12% จากเดิมอยู่ที่ 25% ของสัดส่วนทั้งหมด จึงคาดว่าในอนาคตการขายของนักลงทุนต่างชาติน่าจะกำจัด และด้วยแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดี น่าจะเป็นอีกหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้าซื้อ


และสุดท้าย 5. บริษัทกำลังจะนำบริษัทลูกอย่าง เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุมตั้งแต่ปิโตรเคมีขั้นต้นจนถึงขั้นปลาย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หากย้อนดูสถิติที่ผ่านมาราคาหุ้นของ SCC มักจะ outperform ดังนั้น การนำ SCGC เข้าจดทะเบียนครั้งนี้ หุ้นของ SCC น่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกเช่นเดียวกัน



ความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง

ด้านความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังสำหรับการลงทุนในหุ้น SCC สำหรับนักลงทุนมือใหม่ คือ ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและปิโตรเคมี ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้กำไรของบริษัทโดยตรง รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาท หากเงินบาทอ่อนค่าบริษัทจะได้รับผลบวก แต่หากเงินบาทแข็งค่าบริษัทจะได้รับผลลบ



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้