Official Update :

หุ้นไทยดิ่งสุดขีด เซ่นพิษเงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง ชี้ SET มีโอกาสลงต่ำกว่า 1,550 จุด

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ระบุว่า ในช่วงนี้นักลงทุนเน้นเลือกที่จะถือเงินสดเป็นหลัก เพราะเกิดความไม่มั่นใจในระบบและปัญหาที่เกิดขึ้นในตลาดคริปโทฯ จนทำให้ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังตลาดหุ้น เพราะเป็นช่วงที่นักลงทุนจะต้องใช้เงินเพื่อไปอุ้มสินทรัพย์ตลาดคริปโทฯ เช่นบิทคอยน์ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขายสินทรัพย์อื่นๆ เช่นหุ้น


ทั้งนี้มองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงมีทิศทางที่แกว่งตัวออกข้างและรับตัวลดลงต่อเนื่อง ซึ่งมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงต่ำกว่า 1,550 จุด โดยประเมินว่าหลังจากเดือนกันยายนเป็นต้นไปตลาดจะเริ่มคลี่คลายขึ้น จากความกังวลต่างๆ เช่นสถานการณ์เงินเฟ้อจะต้องเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศคือมีโอกาสที่จะประกาศยุบสภา และการเลือกตั้งใหม่ถือว่าจะเป็นข่าวดี รวมถึงสหรัฐอาจจะต้องใช้นโยบายยกเลิกกำแพงภาษีกับจีน และปลายปีนี้จะมีการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐ


“หุ้นลงในครั้งนี้ไม่ใช่เหมือนเมื่อก่อนที่มีธุรกรรม Block Trade ที่แพนิกขาย แล้วเดี๋ยวก็จะเด้งกลับมา แต่ตอนนี้ถ้าลงแล้วก็จะลงต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามในระยะสั้นอาจจะพอลุ้นรีบาวด์ขึ้นมาได้บ้าง” นายประกิต กล่าว


นายชาญชัย พันทาธนากิจ รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า สาเหตุหลักที่กระทบต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยมาจาก ประเด็นเงินเฟ้อของสหรัฐที่ประกาศออกมามากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ว่าจะอยู่ในระดับ 8.1% ซึ่งถือเป็นประเด็นหลักที่กดดันตลาดหุ้นไทย และตลาดหุ้นในกลุ่มภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีการเคลื่อนไหวที่ดัชนีปรับตัวลดลงแรงเช่นกัน ประกอบกับมีประเด็นอีกเพิ่มเติมจากแรงขายที่ลดความเสี่ยงกลุ่มหุ้นที่มีธุรกรรม Block Trade ในระดับสูงที่บางหลักทรัพย์อาจจะถูก Margin call ซึ่งทำให้เห็นว่าหุ้นบางตัวปรับลดลงแรง


สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงระยะถัดไปกำลังหาฐาน โดยมองแนวรับสำคัญไว้ที่ 1,550-1,580 จุด และรอรับข่าวประเด็นข่าวที่เกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐได้ อาจจะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยจะมีโอกาสที่จะรีบาวด์กลับขึ้นมาได้ หลังจากการประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 1/65แล้ว และจะเห็นมุมมองทิศทางธุรกิจในระยะถัดไป ซึ่งหากมีพัฒนาการที่ดีขึ้นจะส่งบวกต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย อย่างไรหากมุมมองในอนาคตยังคงมีประเด็นเสี่ยงอยู่ก็อาจจะกระทบดัชนีต่อไปได้


สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก ควรเก็บเงินสดไว้ก่อน สำหรับนักลงทุนระยะกลางและระยะยาวถ้าตลาดย่อลงมาใช้จังหวะนี้เข้าไปรับ โดยกลุ่มหุ้นที่สามารถลุ้นเล่นสั้นรีบาวด์ คือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า จะได้ประโยชน์เพราะว่าในระยะนี้ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มที่ยังอ่อนค่าต่อไปอีก เช่นหุ้นอย่าง VNG,BH  


ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามต่างประเทศคือมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ของประเทศจีนว่าจะส่งสัญญาณคลายล็อกบ้างหรือไม่ รวมถึงความคืบหน้าของสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนว่าจะมีมาตรการที่จะคว่ำบาตรเข้มขึ้นอีกหรือไม่ นอกเหนือจากการที่ประกาศแบบน้ำมันจากรัสเซีย ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศติดตามประเด็นที่การประชุมนักวิเคราะห์กับบริษัทจดทะเบียนซึ่งจะทำให้เห็นแนวโน้มในอนาคตมากยิ่งขึ้น

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 14 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us