ต่างชาติใช้โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ ลุยหุ้นไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตลท.ชี้เป็นแค่เครื่องมือไม่กระทบรายย่อย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รายงานภาวะการซื้อขายหุ้นในเดือน มี.ค. 2565 โดยพบว่า รวมการซื้อขายผ่านโปรแกรมเทรดอิเล็กทรอนิกส์ หรือ มูลค่าการซื้อขายผ่าน Algorithmic Trading ในตลาดหุ้นไทยนั้นมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น เดือน มี.ค.นั้นมีสัดส่วนต่อมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 33 % เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 31.24 % สูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดย นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การใช้การเทรดผ่านโปรแกรมเข้าทำการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยนั้น มีทิศทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้ที่ใช้โปรแกรมดังกล่าวนั้นเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มีการส่งคำสั่งซื้อขาย
“การใช้โปรแกรม Algorithmic Trading นั้นมีทิศทางที่เพิ่มขึ้น โดยเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่จะใช้โปรแกรมดังกล่าวมากที่สุด สาเหตุหนึ่ง คือ ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนต่อการซื้อขายในปริมาณที่มาก ทำให้การส่งคำสั่งของเขามีการใช้โปรแกรม Algorithmic Trading เข้ามาช่วย”
การใช้โปรแกรมเทรดของนักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับสัดส่วนต่อมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นโดยปัจจุบันมีสัดส่วนต่อมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 44 % และเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆนั้น การใช้โปรแกรมซื้อขายในตลาดหุ้นก็มีสัดส่วนที่ต่างกันไป ซึ่งในประเทศไทยนั้น ส่วนตัวมองว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม หากพิจารณาระหว่างสัดส่วนนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนรายบุคคล อยู่ในระดับที่สมดุลกัน และถือว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญมากกับตลาดหุ้นไทย
โปรแกรมเทรดไม่ทำให้รายย่อยเสียเปรียบ
สำหรับทิศทางการใช้ Algorithmic Trading ที่มากขึ้นนั้น ตลาดหลักทรัพย์มองว่า จะไม่ทำให้นักลงทุนรายบุคคลเสียเปรียบ เนื่องจากมองว่า โปรแกรมเทรดนั้นเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยในการลงทุนเท่านั้น
เมื่อเทียบกับมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ก็ยังอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยที่ 9 – 9.5 หมื่นล้านบาทต่อวัน ซึ่งถือว่ามีสภาพคล่องที่สูงมา อีกทั้งหากภาพรวมตลาดหุ้นมีทิศทางที่ดี นักลงทุนคลายกังวลเมื่อนักลงทุนรายบุคคลกลับมาเทรดสัดส่วนการเทรดดังกล่าวก็จะลดลงไปเอง
โดยในฝั่งของนักลงทุนรายบุคคล เริ่มมีการใช้โปรแกรมในการซื้อขายเพิ่มขึ้น โดยเป็นรูปแบบโปรแกรมช่วยในการหาข้อมูล หรือ อำนวยความสะดวกการลงทุน ซึ่งมีความนิยมที่แพร่หลายมากขึ้น และในอนาคตน่าจะมีพัฒนาการที่ดีมากขึ้นไปด้วย
