Official Update :

หุ้นไทยร่วงแรงแต่การพักฐานยังไม่จบ เสี่ยงดัชนีอาจไหลลงหลุด 1,600 จุด นักวิเคราะห์แนะตอนนี้ควรถือเงินสด

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า สาเหตุที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงเพราะเจอแรงกดดันจากตลาดหุ้นในภูมิภาค ที่ปรับตัวลดลงแรงตามตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลงแรง เพราะยังคงมีความกังวลเรื่องของตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก ซึ่งถือเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการต่อบริษัทค้าปลีกของสหรัฐ ท่ามกลางปัญหาสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยังไม่สิ้นสุด รวมถึงนโยบายด้านการเงินของสหรัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน


ทั้งนี้ประเมินว่าแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน เพราะยังคงมีความกังวลในเรื่องของตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ เรื่องความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ถึงแม้ว่าตลาดอาจจะรีบาวด์ แต่อย่างไรก็ตามหากมีประเด็นดังกล่าวเข้ามากดดันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของดัชนีได้


ประเมินแนวโน้มดัชนี หากขึ้นทดสอบการรีบาวด์ได้ มองว่าอาจจะปรับเพิ่มขึ้นได้ที่ไม่เกิน 1,630-1,650 จุด ซึ่งอัพไซด์ของดัชนียังมีจำกัดในรอบ 1สัปดาห์จนถึงในรอบ 1 เดือน สำหรับกรอบแนวรับมองว่าในระยะสั้นอาจจะยืนได้ที่ระดับ 1,600 จุดบวกลบ แต่ภาพในระยะถัดไปมีโอกาสที่จะหลุดกรอบ 1,600 จุดได้


สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามคือประเด็นผลการประชุมของธนาคารการสหรัฐ (เฟด) ในช่วงเดือนมิ.ย. เพราะจะเป็นเดือนแรกที่เฟดจะเริ่มทำมาตรการ Quantitative Tightening : QT เพื่อดึงเม็ดเงินกลับ ซึ่งหากเริ่มมาตรการดังกล่าวแล้วจะต้องรอดูว่าสินทรัพย์ต่างๆจะมีความเคลื่อนไหวต่อผลกระทบจากการทำ QT อย่างไร


ส่วนกลยุทธ์แนะนำนักลงทุนควรจะถือเงินสดประมาณ 30% ของกรอบการลงทุน แนะนำเลือกลงทุนใรระยะกลางถึงระยะยาว โดยเลือกหุ้นในธีมหุ้นเปิดเมือง และหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่ยังมีทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยหุ้นกลุ่มเปิดเมือง ได้แก่ CPALL-CRC-AOT-BH

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่