Official Update :

หุ้นกลุ่มน้ำมันวิ่งแรง! หลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงกลั่นที่เกาหลีใต้ ขนาดใหญ่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก

เกิดข่าวใหญ่อีกครั้งอย่างเหตุไฟไหม้โรงกลั่น S-Oil ในเกาหลีใต้ โดยโรงกลั่นดังกล่าว มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเกาหลีใต้ และมีขนาดใหญ่ว่าโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในไทยกว่า 2 เท่าตัว ถือเป็น sentiment เชิงบวกกับหุ้นน้ำมัน และมีโอกาสหนุนให้ค่าการกลั่นในภูมิภาคจะยังทรงตัวในระดับสูงจากภาวะซัพพลายที่ตึงตัวอีกด้วย เป็นเหตุทำให้ราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันวันนี้ ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า โรงกลั่นดังกล่าวมีกำลังผลิต 669,000 บาร์เรลต่อวัน (เทียบกับโรงกลั่น TOP ที่ใหญ่สุดในไทยมีกำลังผลิต 2.75 แสนบาร์เรลต่อวัน และกำลังผลิตรวมของประเทศไทย 1.1 ล้านบาร์เรล/วัน)นับเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศเกาหลีใต้ และใหญ่ที่สุดอันดับ 5 ของโลก มีบริษัท Saudi Aramco เป็นผู้ถือหุ้นหลัก


โดยปัจจุบันยังไม่มีรายงานความเสียหาย และผลกระทบอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าเกิดเหตุไฟไหม้ระหว่างการทดสอบหน่วยผลิต Alkylation Unit ตามขั้นตอนการซ่อมบำรุง โดยหน่วยผลิตดังกล่าวทำหน้าที่ผลิตสารเพิ่มคุณภาพน้ำมันเบนซิน


ดังนั้นเป็นไปได้ว่าอาจกระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำมันเบนซิน กรณีต้องปิดซ่อมบำรุงนานอาจส่งผลให้ตลาดน้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาค (โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน) ตึงตัวมากขึ้น จากปัจจัยข้างต้น คาดหุ้นโรงกลั่นวันนี้จะตอบรับเชิงบวก แนะนำเก็งกำไร TOP SPRC


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์โนมูระพัฒนสิน จำกัด(มหาชน) ระบุว่า จากประเด็นดังกล่าว เนื้อหาข่าวยังไม่ระบุว่าหน่วยกลั่นใดที่ได้รับความเสียหายบ้าง ความเสียหายรุนแรงเท่าใด ต้องใช้เวลาซ่อมแซมเท่าใด ที่มาของข่าว Reuters และแหล่งอื่นๆ มอง Positive ต่อแนวโน้มที่ spread ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี อาจปรับตัวขึ้น จาก supply ที่ตึงตัวมากขึ้น เพราะเหตุการณ์ไฟไหม้โรงกลั่น S-Oil เรามองยังประเมินผลกระทบต่อ supply ปิโตรเลียมปิโตรเคมีทั่วโลกได้จำกัดจากยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดความเสียหายและการซ่อมแซม


เบื้องต้นคาดกลุ่มที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์มากสุดจะเป็นกลุ่มโรงกลั่น ที่เดิม supply ทั่วโลกตึงตัวอยู่แล้ว รองลงมาเป็นปิโตรเคมีที่อาจได้ประโยชน์ในระยะสั้น เพราะ PX/BZ/PP มี oversupply อยู่ เมื่อ spread ปรับเพิ่มขึ้น เราคาดกำลังการผลิตส่วนเกินโดยเฉพาะในจีนและมาเลเซียจะเริ่มผลิตมากขึ้นส่วนฝั่งน้ำมันดิบเรามองเป็นผลเชิงลบ เพราะ demand น้ำมันดิบอาจหายไปจากโรงกลั่น S-Oil โดยหากคิดที่กำลังการกลั่น 669,000 บาร์เรลต่อวัน จะคิดเป็นราว 0.8% ของการใช้น้ำมันดิบทั่วโลก ทั้งนี้คาดกำลังการผลิตโรงกลั่นของ S-Oil คิดเป็นราว 0.7% ของกำลังการผลิตโรงกลั่นทั่วโลก ส่วน PX/BZ/PP คิดเป็นราว 2.5%/ 0.9%/ 0.4% ของกำลังการผลิตทั่วโลก


มอง TOP ที่ได้ประโยชน์ทั้งปิโตรเลียม, PX, BZ, Lube และ IRPC ที่ได้ PP, BZ จะเด่นตามลำดับ ส่วน IVL อาจได้รับผลเชิงลบเล็กน้อยจาก feedstock ของ PET อย่าง PX ที่ราคาอาจสูงขึ้นในระยะสั้น (การขาย 50% ของ PET ของ IVL ไม่ได้เป็น fixed margin)


ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จกัด ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ค่าการกลั่น S-GRM ในช่วงไตรมาส 2/65 ถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 20.7 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 7.96 เหรียญต่อบาร์เรล ในไตรมาส 1/65 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 2.05 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/64 ประเด็นดังกล่าวเป็นบวกต่อกลุ่มธุรกิจการกลั่น (BCP, ESSO, TOP, SPRC, IRPC และ PTTGC)

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา GUNKUL-HANA MSCI ดันเงินไหลเข้า โบรกฯ ชี้รับทรัพย์แล้ว 28.5 ล้านเหรียญฯ CHG-JTS-CPF-DELTA-CPN เสี่ยงแรงขาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us