Official Update :

จะเทรดอย่างไร? กลาง Volume ที่เบาบาง แถม SET Index โดนหั่นเป้าเหลือ 1,650 จุด

สถานการณ์ตลาดหุ้นในช่วงนี้มีปัจจัยกดดันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ที่มีผลต่อภาพรวมผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และการฟื้นตัวของดัชนี จนทำให้ปริมาณซื้อขายในแต่ละวันที่เบาบางลง ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ จะต้องทำอย่างไร หุ้นกลุ่มไหนที่น่าสะสม Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว


จากปริมาณซื้อขายในแต่ละวันที่เบาบาง Wealthy Thai ได้ต่อสายตรงไปยัง นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะบรรยากาศการลงทุนของตลาดต่างประเทศโดยรวมก็ชะลอตัว โดยเฉพาะฝั่งยุโรป และอเมริกาทั้งนี้ยุโรป และอเมริกา จะเป็นประเทศที่ค่อนข้างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย และยูเครน ทำให้ตัวเลขเศรษกิจและผลประกอบการที่มีโอกาสชะลอตัว


ดังนั้นประเด็นแรก เราจะมีความกังวลจากภาพตลาดต่างประเทศ ส่วนประเด็นที่สอง คือ โมเมนตัมของเศรษฐกิจระยะสั้นและผลประกอบการมีโอกาสชะลอตัวในไตรมาส 2 เป็นผลมาจากสถานการณ์ในเรื่องของความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย ยูเครน และการ Lockdown ในจีน ทำให้นักลงทุนมีการลงทุนอย่างระมัดระวัง เนื่องจาก ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า หุ้นตัวไหนมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด ทำให้มีการลงทุนอย่างระมัดระวัง มีการเก็งกำไรในหุ้นที่มีปัจจัยบวก และหุ้นมีประเด็นที่มั่นใจจริงๆว่าไตรมาส 2/65 ไม่ได้แย่ หรือเป็นหุ้นที่มีธีมการลงทุนที่ชัดเจน


รวมทั้งเรายังไม่เข้าสู่ช่วงของการลดงบดุล ที่ในช่วงเดือนมิ.ย.อย่างที่ทราบกันดีว่าจะมีเรื่องของการลดสภาพคล่องการลงทุนที่เป็นปัจจัยหลัก ทำให้นักลงทุนไม่กล้าใช้เงินลงทุนอย่างเต็มที่ อาจจะเป็นลักษณะการทยอยซื้อบ้าง ทำให้บรรยากาศตลาดช่วงสั้นน่าจะเห็นปริมาณการซื้อขายไม่ได้เยอะเท่ากับปกติไปอีกสักระยะหนึ่ง เบื้องต้นคาดจะยืดเยื้อไปอีก 2-3 เดือน


“ตอนนี้ความกังวลหลักของนักลงทุน คือเรารู้แล้วว่าไตรมาส 2 หลายๆอย่างชะลอตัว แต่ยังไม่น่ากลัวเท่ากับเศรษฐกิจถดถอยหรือเปล่า จึงจะเห็นว่านักลงบางส่วนนำเงินไปซื้อตราสารหนี้ พันธบัตรแทน ดังนั้นสถานการณ์จะยืดเยื้อไปจนกระทั่งเริ่มเห็นแล้วว่าเศรษฐกิจมีโมเมนตัมที่เริ่มกลับมาดี อย่างไทยครึ่งปีหลังจะมีผลดีเปิดประเทศ เปิดเศรษฐกิจ ที่จะเป็นตัวช่วย ทำให้ช่วงเดือนมิ.ย.นี้โมเมนตัมหลายๆอย่างควรจะมาแล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามีตัวเลขอะไรมาคอนเฟิร์มภาพนี้ เช่น การบริโภคดีขึ้น หรืออะไรที่ออกมาคอนเฟิร์มว่าผ่านเรื่องแย่ๆไปแล้ว คิดว่าความมั่นใจก็จะค่อยๆกลับมา ซึ่งตอนนี้จะเป็นช่วงของการรอตัวเลขเศรษฐกิจที่ช่วยออกมายืนยันว่าน่าจะผ่านช่วงหลุมของไตรมาส 2 ไปแล้ว” นายกิจพณ กล่าว


สำหรับนักลงทุนที่สนใจเข้าลงทุนในช่วงนี้ นายกิจพณ บอกว่า ต้องมอง 2 มิติ 1.คือ ถ้าเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานเป็นลักษณะทยอยลงทุน โดยเน้นธีมหุ้นเปิดเมือง 2.ประเด็นการเก็งกำไร ทั้งกลุ่มราคาสินค้าอาหารและสินค้าเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มเนื้อสัตว์ น้ำตาล ที่ดูแล้วน่าสนใจ มีประเด็นเก็งกำไรที่น่าจะผลักดันราคา รวมทั้งกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยบวกอื่นๆเข้ามา ทั้งราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น เป็นบวกต่อการบริโภคทำให้กลุ่มเช่าซื้อ จำนำทะเบียน จะได้รับผลบวกทั้ง MTC, SAWAD, TIDLOR, TK, KCAR


รวมทั้งกลุ่มที่ราคาลดลงมาอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น KEX ที่ปรับลดลงมามาก แม้ภาพธุรกิจยังไม่เห็นจุดฟื้นตัวอย่างเต็มที่ การแข่งขันที่รุนแรง โดยช่วง 1 เดือนนับจากนี้จะปลอดภัยเพราะไม่มีเรื่องงบเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นช่วง 1 เดือนข้างหน้าหุ้นที่ปรับตัวลดลงมามาก อาจจะมีโอกาสฟื้นตัว ทั้ง SCGP, GPSC, ASAP เป็นต้น เพราะข่าวร้ายยังไม่มา แต่จะเป็นเพียงการเก็งกำไรในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือนข้างหน้า กล่าวคือ หากเป็นการทยอยสะสมให้เน้นหุ้นพื้นฐานดี แต่ไม่ต้องรีบร้อน ส่วนการเก็งกำไรอย่าลืมวางกลยุทธ์ตัดขาดทุน เพราะว่าในช่วง 1 เดือนข้างหน้าหลายๆตัวที่ฟื้น อาจจะเป็นหุ้นที่ไม่มีปัจจัยบวกอะไรเลย


ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในภาวะปกติ ผลประกอบการไตรมาส 2ของทุกปีจะชะลอจากไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season ของหลายธุรกิจ ขณะที่ปีนี้กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นภาคการผลิต (35% ของ Market Cap. ทั้งตลาด) จะถูกกระทบจากแรงกดดันด้านต้นทุนมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่พลังงานต้นน้ำ (10% ของ Market Cap. ทั้งตลาด) ที่เด่นมากในไตรมาส 1/65 จะเด่นน้อยลง เพราะกำไรสต็อกลดลงตามทิศทางราคาพลังงานที่เริ่มทรงตัว


เมื่อผนวกกับฐานกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 อยู่ในระดับสูง 2.71 แสนล้านบาท จึงเป็นไปได้ที่กำไรสุทธิไตรมาส 2/65 จะชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ประมาณการกำไรสุทธิเดิมที่ 92 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 8%จากปีก่อน มี Downside มากขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 จะเป็นระดับต่ำสุดของปี


ทั้งนี้แม้นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะคงประมาณการกำไรปีนี้เป็นส่วนใหญ่ แต่เริ่มมีความกังวลต่อกำลังซื้อที่ถูกบั่นทอนจากเงินเฟ้อ, ต้นทุนภาคการผลิตที่เร่งตัวขึ้นตามราคาพลังงาน และ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของ Bond Yield ที่อาจกระทบต่อต้นทุนทางการเงินในระยะถัดไป


โดยเมื่อหักล้างกับแนวโน้มการปรับประมาณการขึ้นของกลุ่มโรงกลั่น จึงปรับประมาณการ EPS ของ SET Index ในปีนี้ลงเล็กน้อย 4% จากเดิม 92 บาทต่อหุ้น เหลือ 88 บาทต่อหุ้น ยังคงเห็นการเติบโตที่ระดับ 5%จากปีก่อน อิง PER Multiplier ที่ระดับ 18.7 เท่า ซึ่งเป็นระดับ +1 S.D. ของค่ำเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง ปรับลดจากเดิม +2 S.D. แต่ PER Multiplier ยังเท่าเดิม เพราะค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังปรับขึ้นจาก 15 เท่า เป็น 16 เท่า


สาเหตุที่ยังคง PER ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพราะ 1.GDP และผลประกอบการอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัว ซึ่งจะเร่งตัวมากขึ้นในปีหน้า 2. SET Index ถูกกระทบจากสภาพคล่องที่ลดลงไม่มาก เพราะกระแสเงินทุนในช่วง 2.5 ปีที่ผ่านมายังเป็นไหลออกสุทธิอยู่ราว 2 แสนล้านบาท


ส่งผลให้ได้เป้าดัชนีปี 2565 ใหม่ที่ 1,650 จุด จากเดิม 1,720  จุด โดยคาดกรอบล่างที่ระดับ 1,510-1,590 จุด อิง Earning Yield Gap ที่ระดับ 3.1-3.4% และกรอบบนที่ระดับ 1,700-1,720 จุด กรณี 1.ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วกว่าคาด (เราคาดนักท่องเที่ยวทั้งปีนี้ที่ 5 ล้านคนน้อยกว่าคาดการณ์ของสภาพัฒน์ที่ 7 ล้านคน) และ 2.หากมีการยุบสภาฯเพื่อเลือกตั้งใหม่ คาดว่าจะส่งผลให้เกิด Election rally ขึ้นในไตรมาส 4/65


ดังนั้นกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ในช่วงที่เหลือของปีจะไม่กว้างมากนัก การปรับกลยุทธ์ด้วย Sector หรือ Stock Selection มีความสำคัญมากกว่า Market Timing โดยปัจจัยกดดันในเชิง Valuation หลักๆมาจากฝั่งต้นทุน ทั้งวัตถุดิบ ค่าแรง และต้นทุนทางการเงิน ส่วนปัจจัยหนุนที่อาจเปิด Upside ให้ฝั่งรายได้คือ เงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องและภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวเร็ว


Theme หลักของฝ่ายวิจัยในปีนี้คือ Defensive & Turnaround Play ที่ Valuation ยังไม่แพง และมีความยืดหยุ่นต่อการปรับตัวรับแนวโน้มเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นได้ดี ซึ่งกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี คือ ธนาคารพาณิชย์, ค้าปลีก, ท่องเที่ยว, บันเทิง อาหารและเครื่องดื่ม หุ้นเด่น ได้แก่ KBANK, TTB, CPALL, MAKRO, M, BDMS, BEC เป็นต้น



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Where to put your money
“ความผันผวน” ไม่ใช่ศัตรูของนักลงทุน... แต่เป็น “โอกาส” ในการปรับพอร์ตให้ดีขึ้น !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“FP INDIA-D” ดัก “หุ้นอินเดีย” ช่วงตลาดย่อ... รอฟื้นตัว เหตุ “พื้นฐานแกร่ง-ราคาไม่แพง” !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“กบข.” แนะสมาชิก “ออมเร็ว-ออมเพิ่ม-ออมอย่างเหมาะสม-ออมอย่างต่อเนื่อง”... สู่เป้าหมาย “เกษียณมั่นคง” !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“เจ้าของธุรกิจ”...เกษียณอย่างเป็นสุข !!!
เมื่อ อีก 1 วัน
Stock of the Day
BTS เตรียมขายหุ้นกู้ 3 ชุด ดอกเบี้ย 3.20% – 3.75% คาดเปิดจองซื้อ 25, 28–29 ก.ย. นี้ ชูการเงินแกร่ง-กระแสเงินสดมั่นคง
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us