VGI วิ่งแรงลุ้นทะลุ 5 บาท หลังประกาศรายได้ 64/65 โต 62% ตั้งเป้ารายได้ 7,000 ล้านบาทรับความต้องการสื่อเพิ่มขึ้น
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น VGI วันนี้ (26 พ.ค.65) มีมูลค่าซื้อขายกว่า 502 ล้านบาท โดยราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.70% มาอยู่ที่ระดับ 4.90 บาทต่อหุ้น โดยสาเหตุส่วนหนึ่งที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลจากการรายงานผลประกอบการงวดปี 64/65 มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 65%
โดยบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI รายงานผลประกอบการงวดปี 64/65 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการและการขายเพิ่มขึ้น 65.2% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 4,098 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการควบรวมผลการดำเนินงานของบริษัท แฟนสลิ้งค์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด "Fanslink" เป็นระยะเวลา 8 เดือน รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน และการเติบโตของธุรกิจบริการด้านดิจิทัล โดยธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน ธุรกิจบริการด้านดิจิทัล และธุรกิจการจัดจำหน่ายมีสัดส่วนรายได้ที่ 38.6% 24.5% และ 36.9% ของรายได้รวมตามลำดับ
แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารรถฟฟ้าบีที่เอสมีจำนวนลลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิม 400,000 คนต่อวัน ลดลงมาอยู่ที่ 230,000 คนต่อวัน แต่ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านมีรายได้อยู่ที่ 1,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.6% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสื่อโฆษณาประเภทสตรีทเฟอร์นิเจอร์
ธุรกิจสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน มีรายได้ 1,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากปีก่อน ขณะที่ธุกิจสื่อโฆษณในอาคารสำนักงนและอื่นๆ มีรายได้ 100 ล้านบาท ลดลง 53.2% จากปีก่อน ธุรกิจบริการด้านดิจิทัล มีรายได้ 1,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการการเติบโตของรายได้ค่าคอมมิชชั่น และ lead generation ในธุรกิจประกันภัยจากบริษัท แรบบิท แคร์ จำกัด ส่วนธุรกิจการจัดจำหน่าย มีรายได้อยู่ที่ 1,514 ล้านบาท จากการควบรวมผลการดำเนินงานของ Fanslink เป็นระยะเวลา 8 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564
ทั้งนี้การควบรวมผลการดำเนินงานของ Fanslink ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการและการขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 107.8% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 3,209 ล้านบาท และมีอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 78.3% จาก 62.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 37.7%เป็น 21.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร เพิ่มขึ้น 26.0% YoY มาอยู่ ที่ 1, 164 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการควบรวมผลการดำเนินงานของ Fanslink โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ ลดลงจาก 37.3% เป็น 28.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
บริษัทบันทึกส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมจำนวน 194 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าที่รับรู้ส่วนแบ่งกำไรอยู่ที่338 ล้านบาท โดยการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานของ KEX ที่ใช้กลยุทธ์การแช่งขันด้านราคา เพื่อดำรงสถานะการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ในขณะที่ในปี 2563/64 บริษัทฯ ได้มีการรับรู้กำไรพิเศษจากการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ KEX จากที่กล่าวไปข้างต้นส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิที่ 120 ล้านบาท ลดลง 1 12.3% YOY และมีอัตราขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2.9%
ขณะที่นายเนลสัน เหลียง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินงานที่ต้องเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจการจัดจำหน่ายผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ซึ่งช่วยให้ VGI สามารถนำเสนอบริการการตลาดแบบ O2O โซลูชั่นส์ ได้อย่างครอบคลุม
โดยพัฒนาการสำคัญของธุรกิจในปีที่ผ่านมาธุรกิจสื่อโฆษณา ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่แบรนด์ระดับประเทศและระดับโลก โดยเฉพาะสื่อ BTS Train Body ส่วนธุรกิจบริการชำระเงิน เดินหน้าขยายการให้บริการด้านดิจิทัลและออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัท แรบบิท แคช จำกัด หรือ RCash ได้เปิดตัวทดลองแพลตฟอร์มบริการสินเชื่อดิจิทัล เพื่อนำเสนอบริการสินเชื่อแบบไร้รอยต่อ ในส่วนของบริษัท แรบบิท แคร์ จำกัด หรือ RCare ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยและผลิตภัณฑ์ทางการเงินผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำกว่า 70 ราย โดยมีเป้าหมายเพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นนายหน้าประกันภัยอันดับหนึ่งของประเทศไทย ด้านบัตรแรบบิท ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 15 ล้านใบ ส่วนผู้ใช้ Rabbit LINE Pay มีจำนวนทั้งสิ้น 9.5 ล้านคน
ด้านธุรกิจการจัดจำหน่าย มีความก้าวหน้าอย่างมาก จากการร่วมเป็นพันธมิตรกับ Fanslink และบริษัทชั้นนำอย่าง บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ Jaymart โดยล่าสุดได้เข้าลงทุนและมอบสิทธิการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์บน BTS Skytrain ให้แก่บริษัท เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NINE โดยธุรกรรมนี้จะช่วยให้ VGI สามารถใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ O2O โซลูชั่นส์ วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคในพื้นที่เชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม เพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถนำเสนอช่องทางการให้บริการต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดดียิ่งขึ้น
