ORI หุ้นอสังหาฯ สุดแข็งแกร่ง รับมือได้ทุกวิกฤต
ORI เป็นหนึ่งในหุ้นอสังหาริมทรัพย์ยอดนิยมของนักลงทุน ด้วยแนวโน้มการขยายโครงการที่รวดเร็ว ทำให้ผลประกอบการเติบโตอย่างโดดเด่น รวมถึงช่วง Covid-19 ที่ผ่านมา แม้จะได้รับผลกระทบไม้แพ้กับบริษัทอื่นๆ แต่ก็ยังสามารถบริหารจัดการและประคับประคองบริษัทจนก้าวผ่านวิกฤตมาได้ ดังนั้นมาดูว่าในมุมมองของนักวิเคราะห์ ORI เหมาะจะเป็น “หุ้นตัวแรก” ของนักลงทุนมือใหม่หรือไม่
ORI หรือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมตามแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริการจัดหาผู้เช่าห้องชุด และบริการรับจ้างบริหารโครงการนิติบุคคลอาคารชุดแก่โครงการที่บริษัทเป็นผู้พัฒนาเท่านั้น
โดยล่าสุด ORI ได้ spin-off บริษัทย่อยอย่าง บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ซึ่งทำธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อสร้างการเติบโตและความแข็งแกร่งให้กับกลุ่ม นอกจากนี้ ORI ยังมีแผนจะส่งบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเติม ได้แก่
-
บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร
-
บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เช่น โรงแรม ออฟฟิศ ค้าปลีก บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด
-
บริษัทร่วมทุนกับบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม เช่น คลังสินค้า โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ครบวงจร
จากแผนดังกล่าวทำให้คาดว่าภายในปี 2568 ORI และทุกบริษัทที่เข้าจดทะเบียนจะกลายเป็นอาณาจักรที่มีมูลค่าตลาด (Market Capitalization) รวมกันมากกว่า 1 แสนล้านบาท
ในด้านการลงทุน ORI มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 26,013.70 ล้านบาท และถือเป็นหนึ่งในหุ้นอสังหาฯ ยอดฮิตของนักลงทุนอีกด้วย
ORI หุ้นอสังฯ สุดแข็งแกร่ง
สำหรับประเด็นที่ ORI เหมาะจะเป็น “หุ้นตัวแรก” ในการเริ่มต้นทุนหรือไม่นั้น คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ให้ความเห็นว่า ORI เป็นอีกหุ้นที่น่าสนใจลงทุนเป็นหุ้นตัวแรก โดยความโดดเด่นของบริษัท คือ เป็นอีกหนึ่งหุ้นอสังหาฯ ที่จ่ายปันผลดี และเป็นเบอร์ 4 ในอุตสาหกรรมอสังหาฯ รองลงมาจาก ศุภาลัย, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์และแสนสิริ อีกทั้งโครงการยังเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับล่างไปจนถึงกลาง มีเพียงบางโครงการที่เน้นลูกค้าระดับบน ซึ่งแตกต่างจากบริษัทอื่นๆ นอกจากนี้ ORI ยังมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วจากการใช้สินเชื่อโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือโปรเจกต์ไฟแนนซ์ จากสถาบันการเงิน รวมถึงมีการบริการจัดการการดำเนินงานได้ดีจนนำพาให้บริษัทก้าวผ่านภาวะวิกฤติของปัจจัยในอุตสาหกรรมาได้ ไม่ว่าจะเป็น มาตรการ LTV, ฟองสบู่อสังหาฯ ในจีนแตก ทำให้กำลังซื้อจากลูกค้าจีนหาย และการระบาดของ Covid-19 ซึ่งทำให้เกิดการล็อกดาวน์ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว ในแง่ของราคาหุ้น ปัจจุบัน P/E ของ ORI อยู่ที่ระดับ 8.37 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับหุ้นอสังหาฯ อื่นๆ ในอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงว่า ORI เป็นหุ้นตัวแรกสำหรับนักลงทุนมือใหม่ได้
“แต่ละโครงการที่รุ่งเรืองในปี 2560 และ 2561 เพราะว่ามีการเร่งออกโครงการและใช้ฐานทุนจากธนาคาร เช่น กรุงศรีอยุธยา และกสิกรไทย โดยเน้นออกหุ้นบุริมสิทธิ คือ เป็นเรื่องของโปรเจกต์ไฟแนนซ์ เน้นใช้วงเงินจากสถาบันการเงินค่อนข้างมาก ทำให้บริษัทโตเร็วมาก รวมถึงมีปัจจัยบวกจากลูกค้าจีนที่เข้ามาเหมาซื้อคอนโดจำนวนมาก ประกอบกับเป็นช่วงที่คนนิยมเก็บคอนโดด้วย จึงทำให้เติบโตเร็ว แต่เมื่อเจอปัญญา LTV ฟองสบู่อสังหาฯ ในจีนแตก และ Covid-19 ก็น็อคไป แต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันก็ฟื้นตัวกลับมาได้ดี ด้วยกลยุทธ์ขายของที่จับต้องได้และราคาไม่แพง” คุณประกิต กล่าว
สำหรับความเสี่ยง ในอดีตมีการทำโปรเจกต์ไฟแนนซ์สูงมาก จึงเป็นจุดเสี่ยงที่หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้กำลังซื้อและยอดขายหายแบบฉับพลัน ส่งผลต่อผลประกอบการและราคาหุ้น แต่วิกฤติ Covid-19 บริษัทก็สามารถบริหารจัดการและกลับมาฟื้นตัวได้ สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะมีโปรเจกต์ไฟแนนซ์เยอะแต่บริษัทรับมือและผ่านมาได้ ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทอาจไม่มีโปรเจกต์ไฟแนนซ์มากเหมือนในอดีต

