ตลท.คุมเข้ม “โปรแกรมเทรด” ตรวจสอบไปถึง Custodian แต่ยังไม่พบความผิดปกติ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไทยต่อเนื่อง หลังจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัว เผยเดือนก.พ. เม็ดเงินไหลเข้า 4 วันติดกว่า 7,000 ล้านบาท มองการปรับเกณฑ์เพื่อยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียนไทย ย้ำตรวจสอบทุกธุรกรรม ไม่พบโปรแกรมเทรดที่ทำให้เกิด Naked Short
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก โดยสาเหตุหลักมาจากความคาดหวังของนักลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่เฟดได้ส่งสัญญาณในปี 2567 ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยประมาณ 3 ครั้ง
ดังนั้นการประชุมของเฟดในเดือนม.ค. และ ก.พ. น่าจะยังไม่เห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเกิดแรงขายออกมา แต่หลังจากประเด็นนี้ชัดเจนมากขึ้น และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง ทำให้เริ่มเห็นทิศทางฟันด์โฟลว์ไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยในเดือนก.พ. 67
ประกอบกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2567 ขยายตัว 4.4% ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 3.6% เนื่องจากอุปสงค์ในต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และการขยายตัวของการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน
นอกจากนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาสนใจการลงทุนในไทยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องอัตราดอกเบี้ยและจำนวนนักท่องเที่ยวยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อเนื่อง
“ในเดือนก.พ. เริ่มเห็นฟันด์โฟลว์ไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง 4 วัน ประมาณ 7,000 ล้านบาท อาจมีวันนี้ที่ไหลออกไปบ้าง ต้องรอดูว่าฟันด์โฟลว์ที่เข้ามาจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว หากเป็นระยะสั้นน่าจะได้ปัจจัยหนุนจากการคงอัตราดอกเบี้ย แต่หากเป็นระยะยาวอาจเป็นสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น”
สำหรับการปรับปรุงกฎเกณฑ์ที่กำหนดคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) วานนี้นั้น เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเราและสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อยกระดับคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนไทยให้สูงขึ้น
นอกจากนี้ยังมี LiVE Exchange ตลาดหลักทรัพย์สำหรับ SMEs และ Startups เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับบริษัทที่จะเข้ามาจดทะเบียน รวมถึงเกณฑ์ที่เพิ่มรายละเอียดในการ ขึ้นเครื่องหมาย C ให้มีความชัดเจนมากขึ้น สามารถลงลึกไปในรายละเอียดว่าหุ้นนั้นๆ มีประเด็นปัญหาอะไรที่ต้องติดตาม
ตรวจสอบโปรแกรมเทรดอย่างเข้มงวด
ในส่วนของการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านโปรแกรมเทรด และระบบการส่งคำสั่งซื้อขายที่มีความถี่สูง (HFT) ตลาดหลักทรัพย์ มีการตรวจสอบธุรกรรมอย่างเข้มงวด ทุกธุรกรรมและทุกเรื่องที่มีการแจ้งเข้ามา โดยตรวจสอบไปถึง Custodian ซึ่งยังไม่พบความผิดปกติ หรือการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านโปรแกรมเทรดที่ทำให้เกิด Naked Short อย่างไรก็ตาม มีเพียงธุรกรรมที่เกิดขึ้นภายนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เท่านั้นที่ไม่สามารถตรวจสอบได้
ส่วนการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเข้ามาประเมินและช่วยหาแนวทางการปรับปรุงกระบวนการทำงานนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำผลของการศึกษาดังกล่าวมาพิจารณาร่วมกับการศึกษาภายใน และการศึกษาจากสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อหาข้อสรุปแนวทางการดำเนินงานในระยะสั้นและระยะยาวอีกครั้ง ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้
ด้านภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือนม.ค. 67 SET Index ปิดที่ 1,364.52 จุด ปรับลดลง 3.6% จากเดือนก่อนหน้า โดยให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มทรัพยากร กลุ่มบริการ กลุ่มเกษตรและอาหาร และ กลุ่มเทคโนโลยี
ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 47,111 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า 34.6% ผู้ลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิหลังจากที่ซื้อสุทธิในเดือนก่อนหน้า โดยในเดือนมกราคม 2567 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 30,870 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21
ทั้งนี้ Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทยสิ้นเดือนม.ค. 67 อยู่ที่ระดับ 15.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.9 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.7 เท่า
