เทรนด์การเติบโต BYD หนึ่งในผู้นำรถยนต์ EV จากแดนมังกร

หุ้นต่างประเทศสัปดาห์ก่อนหน้า Wealthy Thai ได้นำเสนอแนวโน้มการเติบโตของ Tesla ไปแล้ว วันนี้จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจผลประกอบการและทิศทางธุรกิจของ BYD หรือ BYD Company Limited หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่กำลังมาแรงในตอนนี้


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ภาพรวมปี 2566 ที่ผ่านมา BYD มีรายได้อยู่ที่ 6.02 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน โดยการเติบโตของรายได้ชะลอตัวลงจากที่เคยโตได้ถึง 96.2% ในปี 2565 จากปัจจัยเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก สำหรับกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 10.32 หยวน เพิ่มขึ้น 80.7% จากปีก่อน ชะลอตัวจากการเติบโต 438.7% ในปี 2565


ทั้งนี้ ยอดขายทั่วโลกของ BYD ในปี 2566 อยู่ที่ 3.02 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 62% จากปีก่อน นับรวมทั้งแบบ Plug-in hybrid และ BEV โดยยอดขายส่วนใหญ่เป็นยอดขายในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยสัดส่วนประมาณ 92% แต่อย่างไรก็ดี หากนับเฉพาะรถยนต์แบตเตอรี่ Tesla (TSLA:US) ยังคงเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดด้วยจำนวน 1.8 ล้านคัน ส่วนของ BYD อยู่ที่ 1.57 ล้านคัน


ขณะที่ทิศทางการเติบโตในอนาคต Bloomberg Consensus คาดว่ารายได้ของ BYD ในปี 2567 จะอยู่ที่ 7.73 แสนล้านหยวน เติบโต 28.4% จากปีก่อน และปี 2568 อยู่ที่ 9.19 แสนล้านหยวน เติบโต 18.9% จากปีก่อน รวมถึงคาดว่ากำไรสุทธิต่อหุ้นปีในปี 2567 และ 2568 จะอยู่ที่ 12.92 หยวน เพิ่มขึ้น 25.2% และ 17.09 หยวน เพิ่มขึ้น 32.3% ตามลำดับ


นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ใน Consensus ให้คำแนะนำหุ้น BYD (1211: HK) เป็น “ซื้อ” Rating 4.82 จากคะแนนเต็ม 5 ราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 296.11 ดอลลาร์ฮ่องกง มีอัพไซด์จากราคาปัจจุบัน