Official Update :

MBKET จัดงาน Thailand Green Corporate Day พร้อมนำเสนอมุมมองจาก 8 บริษัท ที่โดดเด่นด้าน ESG

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET โดยฝ่ายวิจัยสถาบัน ได้จัดงาน Thailand Green Corporate day ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และบริษัทฯได้จัดทำบทวิเคราะห์เกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนที่เน้นเรื่อง ESG อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 บริษัทฯได้ตระหนักและให้ความสำคัญ รวมถึงสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนไทยที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG อันประกอบไปด้วยการให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ ธรรมาภิบาล (Governance) อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนสำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว 


สอดคล้องกับแนวคิดของ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ได้ออกนโยบายสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนไทย ยึดมั่นในการขับเคลื่อนและดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทาง ESG อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯยังได้จัดตั้ง Thai Sustainability Investment (THSI) ในปี 2558 “สร้างโอกาสการลงทุนด้วยหุ้นยั่งยืนเพื่อเป็นแนวทางของการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Investment) และเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้าน ESG รวมถึงเป็นการสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุมทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กรอีกด้วย 


โดยเมย์แบงก์ กิมเอ็ง ขานรับและให้ความร่วมมือในแนวคิดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใต้แนวทาง ESG เสมอมา จึงได้เป็นที่มาของการจัดงาน Thailand Green Corporate day ขึ้น พร้อมได้เชิญบริษัทจดทะเบียนไทยในกลุ่มพลังงาน กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มค้าปลีก และการสื่อสารโทรคมนาคม ที่ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG ทั้งหมด 8 บริษัท ได้แก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC), บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA), บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC), บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO), บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC), บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC), บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) มาร่วมแชร์ประสบการณ์แนวคิดในการดำเนินธุรกิจให้ยั่งยืนภายใต้หลัก ESG พร้อมกับแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นอันจะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สอดคล้องไปกับการการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม 


โดยทั้ง 8 บริษัท ต่างมีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน คือมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานในเครือข่ายและกิจกรรมทางธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พัฒนาและศึกษานวัตกรรมด้านดิจิตอล ริเริ่มเดินหน้าด้านการปกป้องฟื้นฟูระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง จัดอบรมเพิ่มทักษะความรู้ให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคือการเดินหน้าธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โปร่งใส เพื่อป้องกันการทุจริตอย่างเคร่งครัด   

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา