ทำความรู้จัก .......... SET ESG Ratings
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2566 โดยมีบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์รวมทั้งสิ้น 193 บริษัท ซึ่งถือว่ามีจำนวนสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET 177 บริษัท และบริษัทจดทะเบียนใน mai 16 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 13 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 72% เมื่อเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของทั้ง SET และ mai รวมกัน) สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทย
SET ESG Ratings ประจำปี 2566 แบ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในระดับ AAA (คะแนนรวม 90-100) จำนวน 34 บริษัท ระดับ AA (คะแนนรวม 80-89) จำนวน 70 บริษัท ระดับ A (คะแนนรวม 65-79) จำนวน 64 บริษัท และระดับ BBB (คะแนนรวม 50-64) จำนวน 25 บริษัท

SET ESG Ratings คืออะไร
SET ESG Ratings เดิมรู้จักกันในชื่อของ “หุ้นยั่งยืน THSI (Thailand Sustainability Investment)” ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดทำขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อแสดงรายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงประเด็นด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance หรือ ESG) ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ควบคู่ไปกับการสร้างผลประกอบการทางการเงินอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
แนวทางการคัดเลือก SET ESG Ratings
ตลาดหลักหลักทรัพย์ฯ คัดเลือกหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings โดยพิจารณาจากบริษัทจดทะเบียนที่สมัครใจเข้าร่วมตอบแบบประเมินความยั่งยืน ซึ่งแบบประเมินความยั่งยืนประกอบด้วยคำถามในมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยมีทั้งคำถามประเภทคำถามทั่วไป (General Questions) สำหรับทุกบริษัท และคำถามเฉพาะเจาะจง (Industry-specific Questions) สำหรับบริษัทในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อประเมินประเด็นที่เกี่ยวข้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม ครอบคลุมตัวชี้วัดถึงกว่า 200 ตัวชี้วัด
การประเมินความยั่งยืนนี้ใช้ทั้งข้อมูลเชิงลึกจากบริษัทและข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยสู่สาธารณะเพื่อนำมาพิจารณาประกอบกันในการประเมินการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนของบริษัทใน 4 ระดับ ได้แก่
ระดับที่ 1 การกำหนดนโยบายในประเด็นต่าง ๆ ด้าน ESG เช่น นโยบายด้านความเสี่ยง นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
ระดับที่ 2 การตั้งเป้าหมายเพื่อการติดตามวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น เป้าหมายในการวัดผลความพึงพอใจของลูกค้า เป้าหมายในการลดใช้ไฟฟ้า/พลังงาน เป้าหมายในการพัฒนาความรู้และทักษะพนักงาน เป็นต้น
ระดับที่ 3 การมีกระบวนการบริหารจัดการและการวัดผลลัพธ์เพื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมาย
ระดับที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ เช่น แบบ 56-1 One Report รายงานความยั่งยืน เว็บไซต์ของบริษัท เป็นต้น
บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต้องมีคะแนนจากการตอบแบบประเมินความยั่งยืนตั้งแต่ 50% ขึ้นไปในแต่ละมิติ (มิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม และมิติสังคม) รวมทั้งต้องผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนด เช่น การประเมินคุณภาพรายงานด้านบรรษัทภิบาล (CGR) ผลประกอบการด้านกำไรสุทธิและส่วนของผู้ถือหุ้น การไม่ถูกตัดสินความผิดในประเด็นด้าน ESG จากหน่วยงานทางการ เป็นต้น
ประโยชน์ของ SET ESG Ratings
SET ESG Ratings มีประโยชน์ต่อทั้งบริษัทจดทะเบียน นักลงทุน นักวิเคราะห์การลงทุน และผู้จัดการกองทุน เช่น
-ประโยชน์ต่อบริษัทจดทะเบียน: สามารถใช้แบบประเมินความยั่งยืนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการดำเนินงานด้าน ESG และเปรียบเทียบผลประเมินกับอุตสาหกรรมเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้าง Visibility ต่อผู้ลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
-ประโยชน์ต่อนักลงทุน นักวิเคราะห์การลงทุน และผู้จัดการกองทุน: สามารถใช้ผลประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้าน ESG ของแต่ละบริษัท เพื่อนำใช้ประกอบการวิเคราะห์ ประเมินมูลค่าหุ้น และตัดสินใจลงทุน รวมถึงเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการติดตามและสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมให้บริษัทพัฒนาผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนสำหรับผู้จัดการกองทุนได้อีกด้วย
โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ได้ที่ http://www.setsustainability.com/ESG-ratings
