ทำความรู้จัก 7 ประเภทตัวชี้วัด การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของมาตรฐาน ISSB (IFRS S2)
ISSB หรือ International Sustainability Standards Board เป็นมาตรฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณภาพและปริมาณข้อมูลด้านความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศของธุรกิจในตลาดทุน เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
โดยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ISSB ได้ออกมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศของบริษัท ซึ่ง IOSCO ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา การริเริ่มศึกษาแนวทางดังกล่าว จึงเป็นโอกาสสำคัญของภาคธุรกิจในการยกระดับการเปิดเผยข้อมูลให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล
การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ สามารถเปิดเผยข้อมูลตามแนวทางตัวชี้วัดต่าง ๆ ดังนี้
1.การปล่อยก๊าซเรือนกระจก : ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1-3 และระบุขอบเขตองค์กร
2.Transition Risk : จำนวนของสินทรัพย์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน
3.Physical Risk : จำนวนของสินทรัพย์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความเสี่ยงทางกายภาพ
4.โอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ : จำนวนของสินทรัพย์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่สอดคล้องกับโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
5.การใช้เงินทุน : จำนวนเงินทุนหรือการลงทุนที่นำไปใช้กับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
6.การกำหนดราคาคาร์บอน : ราคาที่ใช้ในการประเมินต้นทุนของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกิจการ
7.ค่าตอบแทน : ค่าตอบแทนผู้บริหารที่เชื่อมโยงกับประเด็นสภาพภูมิอากาศ
ก.ล.ต. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างตลาดทุนไทยมีความยั่งยืน จึงกำหนดให้ภาคธุรกิจต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งด้านการเงินและการดำเนินการที่สอดคล้องกับแนวคิดเพื่อความยั่งยืนทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งรวมไว้ในแบบรายงานฉบับเดียว (56-1 One Report) หรือ “One Report” ซึ่งนับว่าสอดคล้องกับมาตรฐาน IFRS ทั้ง 2 ฉบับ ทั้งในส่วนของนโยบายและเป้าหมายการจัดการผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การรายงาน One Report รวมถึงตามมาตรฐานสากลในการรายการข้อมูล IFRS ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับภาคธุรกิจในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ และการรายข้อมูลก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance) เสริมสร้างความเชื่อต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดจนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ รวมทั้งช่วยเสริมการดำเนินงานด้านความยั่งยืน อันจะนำพาประเทศเปลี่ยนผ่านสู่ “เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ” ที่สอดคล้องกับบริบทสากลอีกด้วย

