Official Update :

“ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่ “ภาพลักษณ์”... แต่ใช้ใน “การดำเนินงาน-การลงทุน-การพัฒนานวัตกรรม” !!!

Wealth Sustainable: ปี 2569 “ปีม้าไฟ” ซึ่งมีคนบอกว่า เป็นพลังเร่งโลกเปลี่ยนสู่ยุคใหม่ผ่าน การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนจะถูกฝังอยู่ในกระบวนการทางธุรกิจ การลงทุน และนวัตกรรม เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยง เรามาดูกันว่า แนวโน้มสำคัญด้านความยั่งยืนที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญในปี 2026 มีอะไรบ้าง ซึ่งเราได้รวบรวมจากหลายๆ แหล่งสรุปประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้


1.เศรษฐกิจหมุนเวียน (
Circular Economy)

  • ในโลกที่ทรัพยากรขาดแคลน การนำโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้จะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและการลดต้นทุน หรืออาจเป็น โมเดลธุรกิจหลักในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุปโภคบริโภค อิเล็กทรอนิกส์ แฟชั่น

2.พลังงานสะอาด (
Clean Energy)
  • การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดจะถูกขับเคลื่อนด้วย "ความคุ้มค่าทางการเงิน" มากกว่าแค่เหตุผลด้านจริยธรรม องค์กรจะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Efficiency) และการใช้ระบบพลังงานที่ควบคุมด้วย AI

3.การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ (
Climate Adaptation)
  • ธุรกิจต้องเลิกมองว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องไกลตัว และหันมาวางแผนรับมือความเสี่ยงทางกายภาพที่เกิดขึ้นจริง เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม หรือความร้อนรุนแรงที่กระทบต่อการผลิต

4.การเงินสีเขียวและการปกป้องธรรมชาติ (Nature Finance & Biodiversity)
  • การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและการฟื้นฟูระบบนิเวศจะกลายเป็นศูนย์กลางของการระดมทุน ธุรกิจต้องมีความเข้าใจเรื่องการจัดการน้ำและการฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อรักษาสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากร นอกจากนี้ นักลงทุนระดับโลกเริ่มถอนตัวจากอุตสาหกรรมที่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และหันมาให้คะแนนบริษัทที่มีกลยุทธ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ชัดเจน ธุรกิจที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าช่วยฟื้นฟูธรรมชาติจะเข้าถึง "Green Capital" หรือแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำกว่าได้ง่ายขึ้น


5. การสร้างนวัตกรรม (Innovation)

  • ธุรกิจที่ปรับตัวได้ก่อนจะเห็นโอกาสในเศรษฐกิจแบบฟื้นฟู (Regenerative Economy) เช่น การใช้เกษตรฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เพื่อเพิ่มผลผลิตและกักเก็บคาร์บอนในดิน การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุชีวภาพที่ย่อยสลายได้และเป็นมิตรต่อระบบนิเวศ


6. ความรับผิดชอบในระบบห่วงโซ่อุปทาน (Sustainable Supply Chain)

  • องค์กรจะถูกคาดหวังให้ตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลใน entire supply chain ไม่ใช่แค่ภายในบริษัทเอง เพื่อหลีกเลี่ยงประเด็น เช่น การใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือสภาพการทำงานที่ไม่เป็นธรรมของคู่ค้า ซึ่งอาจกระทบต่อชื่อเสียงและมูลค่าหุ้น

7.ความเหลื่อมล้ำและความยืดหยุ่นทางสังคม (Social Equity and Resilience)
  • แม้จะมีแรงต้านเรื่อง ESG ในบางภูมิภาค แต่ธุรกิจส่วนใหญ่จะยังคงให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม (Equity) ในฐานะเสาหลักที่จะช่วยสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) ให้กับองค์กรในระยะยาว


8.
การมีส่วนร่วมกับชุมชนและผลกระทบต่อสังคม (Social Impact)

  • บริษัทต้องวัดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากการมีส่วนร่วมกับชุมชน เช่น โครงการเพิ่มโอกาสการศึกษา การสร้างงานให้คนท้องที่ การส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตในพื้นที่ธุรกิจตั้งอยู่ เป็นต้น

9.ความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • ตรวจวัดและรายงานข้อมูลความยั่งยืนอย่างแม่นยำ วิเคราะห์ Scope 3 emissions และห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มความเชื่อถือและลดความคลุมเครือในข้อมูล ESG แต่ก็ต้องมีการกำกับดูแลโดยมนุษย์เพื่อป้องกันความผิดพลาด

10.คุณภาพของข้อมูลมากกว่าการรายงานที่ปริมาณมาก
  • การรายงานเน้นความโปร่งใส มีคุณภาพ และตรงประเด็นมากขึ้น เน้นข้อมูลที่กระทบต่อมูลค่าธุรกิจจริงๆ รายงานใกล้เคียงกับมาตรฐานทางการเงิน

“ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่ “ภาพลักษณ์” แต่ถูกนำมาใช้ในการดำเนินงาน การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรม โดยใช้ความยั่งยืนเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ซึ่งองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พลังงานสะอาด การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขัน เข้าถึงแหล่งเงินทุน และลดความเสี่ยงในระยะยาว

กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Most Viewed
Where to put your money
“การบริหารเงินสด”...หัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ “อย่างยั่งยืน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-GTECHSSF” คัดเน้นๆ “หุ้นเทคฯ โลก”... พร้อมโตตาม “โลกยุคดิจิทัล” สร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว!!!
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ อีก 21 ชั่วโมง
Sustainability
แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 6 ก.ย. 69...ที่เว็บไซต์ “ก.ล.ต.” !!!
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“Gold Fund” ปีนี้ ทรงตัวตาม “ทองโลก” ติดลบเฉลี่ย -0.72%... ส่วน “Silver Fund” บวกเล็กน้อยเฉลี่ย +2.03% เป้า “ทองคำ” ปีนี้ 4,600 – 6,300 ดอลล์ ส่วน “Silver” 70 – 85 ดอลล์ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us