รู้หรือไม่? “การประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น” (AGM)… เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของ “การกำกับดูแลกิจการที่ดี” !!!
Wealth Sustainable: “การประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น” (AGM) ไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ตามกฎหมาย แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดประการหนึ่งของ “การกำกับดูแลกิจการที่ดี” (Good Corporate Governance) เนื่องจากเป็นเวทีที่ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิออกเสียงและตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ดังนั้น เพื่อให้การจัดประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ บริษัทจดทะเบียนควรยึดถือแนวปฏิบัติ ซึ่งขอยกตัวอย่างมาดังนี้:
การเตรียมการและกำหนดวันประชุม
-
ระยะเวลา: ต้องจัดประชุมภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี โดยควรจัดแต่เนิ่นๆ เพื่อเลี่ยงช่วงปลายเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทส่วนใหญ่จัดประชุม
-
วัน Record Date (RD): ควรใช้ระบบ Record Date ในการกำหนดสิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมประชุม เพื่อให้สามารถส่งหนังสือนัดประชุมล่วงหน้าได้นานขึ้น (บริษัทต้องแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวัน RD และต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 2 เดือนนับจากวัน RD)
-
ความสะดวก: ควรเลือกวัน เวลา และสถานที่ที่เหมาะสมต่อการเดินทาง หลีกเลี่ยงเวลาเช้าหรือเย็นเกินไป
สารสนเทศใน “หนังสือนัดประชุม”
-
การส่งหนังสือนัดประชุม: กรณีวาระทั่วไปควรส่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม แต่หากเป็นวาระพิเศษ (เช่น ควบรวมกิจการ รายการที่เกี่ยวโยงกัน) ควรส่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาศึกษาข้อมูล
-
ข้อมูลในวาระ เช่น:
-
พิจารณาเงินปันผล: ควรระบุนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในหนังสือนัดประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเปรียบเทียบได้ทันทีว่าบริษัทจ่ายเงินปันผลตามนโยบายที่ระบุไว้หรือไม่
-
แต่งตั้งกรรมการ: ต้องระบุประวัติ ประสบการณ์ การถือหุ้น ประวัติการเข้าประชุม และข้อมูลการดำรงตำแหน่งในกิจการคู่แข่ง (ถ้ามี)
-
ค่าตอบแทน: ต้องเปิดเผยโครงสร้างและจำนวนค่าตอบแทนอย่างชัดเจน รวมถึงเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าและบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน
-
แต่งตั้งผู้สอบบัญชี: ควรเสนอชื่อและสำนักงานสอบบัญชี โดยเสนอรายชื่อผู้สอบบัญชีอย่างน้อย 2 คน พร้อมระบุค่าสอบบัญชีและความสัมพันธ์อื่นที่มีกับบริษัท (ถ้ามี)
-
-
ความเห็นคณะกรรมการ: ไม่ควรระบุเพียงว่า "เห็นด้วย" แต่ต้องอธิบายเหตุผลประกอบความสมเหตุสมผลและประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับ

การมอบฉันทะและการอำนวยความสะดวก
-
การมอบฉันทะ: บริษัทควรส่งหนังสือมอบฉันทะพร้อมการส่งหนังสือนัดประชุม และควรส่ง “หนังสือมอบฉันทะแบบ ข.” (ที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางให้ผู้รับมอบฉันททะลงคะแนนเสียงได้) พร้อมเสนอชื่อกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ท่าน เป็นผู้รับมอบฉันทะแทนกรณีผู้ถือหุ้นไม่สะดวกจะตั้งผู้รับมอบฉันทะของตนเอง
-
สิ่งอำนวยความสะดวก: จัดเตรียมโสตทัศนูปกรณ์ที่เหมาะสม บันทึกวิดีโอการประชุม จัดเตรียมรถรับส่งกรณีสถานที่อยู่ไกล และจัดให้มีล่ามหากมีการใช้ภาษาต่างประเทศ
กระบวนการในวันประชุม
-
การตรวจสอบเอกสารก่อนการลงทะเบียน: ควรระบุระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของการตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานและการลงทะเบียนให้ชัดเจน รวมทั้งต้องตรวจสอบหลักฐานจากผู้มาลงทะเบียนก่อนเข้าห้องประชุม
-
การลงทะเบียน: ควรแยกจุดลงทะเบียนตามกลุ่มผู้เข้าประชุมสำหรับบุคคลธรรมดา/นิติบุคคล สำหรับมาด้วยตนเองหรือมอบฉันทะ และใช้ระบบ Barcode เพื่อความรวดเร็ว
-
การดำเนินการประชุม: ประธานควรเปิดประชุมตรงเวลาเมื่อครบองค์ประชุม (ไม่น้อยกว่า 25 คน หรือครึ่งหนึ่งของผู้ถือหุ้นทั้งหมดและมีหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจํานวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมด)
-
การลงคะแนน: ควรใช้บัตรลงคะแนนแยกสีตามวาระ และประกาศคะแนนเสียง (เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย/งดออกเสียง) อย่างชัดเจน ในวาระแต่งตั้งกรรมการควรเปิดให้ลงคะแนนเป็นรายบุคคล
-
การซักถาม: เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นถามคำถามในทุกวาระ หากมีผู้ถามจำนวนมากอาจจำกัดคนละ 1 คำถาม และให้ไปถามประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับวาระนั้นๆ ใน "วาระอื่นๆ" โดยบริษัทต้องตอบข้อซักถามหรือชี้แจงต่อผู้ถือหุ้นอย่างชัดเจนและตรงประเด็น
การดำเนินการภายหลังการประชุม
-
แจ้งมติการประชุม: แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันประชุมผู้ถือหุ้นหรืออย่างช้าภายใน 9.00 น. ของวันทำการถัดไป
-
รายงานการประชุม: ต้องจัดทำให้เสร็จภายใน 14 วัน โดยระบุรายชื่อกรรมการที่เข้าประชุม สรุปประเด็นอภิปราย และรายละเอียดคะแนนเสียง โดยเผยแพร่ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัท
เพื่อที่จะเตรียม “การจัดประชุมผู้ถือหุ้น” ได้อย่างครบถ้วน บริษัทสามารถศึกษาได้จาก “AGM Checklist” ของ “สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย” ที่ http://www.thaiinvestors.com
