“ความเสี่ยง ESG” ปัจจัยสำคัญ... ต่อ “ความยั่งยืน” ขององค์กรในระยะยาว !!!
Wealth Sustainable: ในบริบทของเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) อย่างมีนัยสำคัญ
“ความล้มเหลวในการจัดการ ‘ความเสี่ยงด้าน ESG’ อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน ชื่อเสียง และความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องขององค์กร ในทางตรงกันข้าม องค์กรที่มีการกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง ESG อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขัน เพิ่มความยืดหยุ่น (resilience) และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดังนั้น ‘คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร’ จึงมีบทบาทสำคัญในการกำกับ ดูแล และขับเคลื่อนการบริหารความเสี่ยง ESG อย่างเป็นระบบ”
“ความเสี่ยงด้าน ESG” คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัย ดังนี้
-
สิ่งแวดล้อม (Environmental: E) เช่น
-
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง
-
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และนโยบายลดคาร์บอน
-
การจัดการทรัพยากร เช่น น้ำ พลังงาน ของเสีย
-
มลพิษและผลกระทบต่อชุมชน
ผลกระทบต่อธุรกิจ เช่น ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น การหยุดชะงักต่อห่วงโซ่อุปทาน การสูญเสียสินทรัพย์จากภัยพิบัติ
-
สังคม (Social: S) เช่น
-
การละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน
-
ปัญหาแรงงาน เช่น ค่าจ้างไม่เป็นธรรม ความปลอดภัยในการทำงาน
-
ความปลอดภัยของสินค้าและบริการ
-
ความไม่พึงพอใจของลูกค้าและชุมชน
ผลกระทบต่อธุรกิจ เช่น ความเสียหายต่อชื่อเสียง การถูกคว่ำบาตรจากคู่ค้า/นักลงทุนต่างประเทศ
การฟ้องร้องและค่าเสียหายทางกฎหมาย
-
ธรรมาภิบาล (Governance: G) เช่น
-
การทุจริตคอร์รัปชัน
-
ความไม่โปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล
-
โครงสร้างคณะกรรมการที่ไม่มีความเป็นอิสระ
-
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest)
ผลกระทบต่อธุรกิจ เช่น การถูกลงโทษจากหน่วยงานกำกับดูแล การสูญเสียความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ราคาหลักทรัพย์ผันผวน

ซึ่ง “ความเสี่ยงด้าน ESG” สามารถจัดอยู่ในหลายหมวดของการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (ERM) ที่หลายองค์กรคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น
-
Strategic Risk - การเปลี่ยนแปลงนโยบายสิ่งแวดล้อมกระทบโมเดลธุรกิจ
-
Operational Risk - ปัญหาด้านแรงงานหรือ supply chain
-
Compliance Risk - การไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ESG
-
Reputational Risk - การถูกสังคมต่อต้าน
“คณะกรรมการและผู้บริหาร” มีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG ดังนี้
“คณะกรรมการบริษัท” มีบทบาทในการกำหนด “โทนจากระดับบน” (Tone at the Top) โดยบูรณาการ ESG เข้ากับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์องค์กร กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ในมิติ ESG ติดตามและประเมินความเสี่ยงด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความโปร่งใสผ่านการเปิดเผยข้อมูล
“ผู้บริหาร” มีหน้าที่แปลงนโยบายไปสู่การดำเนินงานจริง เช่น การกำหนด KPI ด้าน ESG การพัฒนากระบวนการและระบบติดตามผล ผนวก ESG เข้ากับการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (ERM) การใช้เครื่องมือสำหรับการประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น Scenario Analysis, Stress Testing รวมทั้ง “การสร้างวัฒนธรรมองค์กร” ส่งเสริมจริยธรรมและความรับผิดชอบครอบคลุมด้าน ESG
บทบาทของ “คณะกรรมการและผู้บริหาร” ในด้านความรับผิดชอบต่อ “ความเสี่ยง ESG” เป็นปัจจัยสำคัญต่อความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว หาก “คณะกรรมการและผู้บริหาร” สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับ “ความเสี่ยง ESG” และ “สร้างคุณค่า” ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างยั่งยืน
