“จัดการมรดก”...แบบ ‘ไร้พินัยกรรม’
เมื่อพูดถึง“กองมรดก”คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่ามีแต่ทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วกองมรดก ประกอบด้วย 1.ทรัพย์สินทุกชนิด เช่น เงินบ้านรถยนต์ อื่นๆ 2.สิทธิต่างๆ 3.หน้าที่และความรับผิด เช่น หนี้สิน เป็นต้น ซึ่งหากบุคคลเสียชีวิต สามารถส่งต่อกองมรดกเหล่านี้ ได้ 2 แบบ คือ“ทายาทโดยพินัยกรรม”และ“ทายาทโดยธรรม”
ในบทความนี้ขอกล่าวถึงเฉพาะ"ทายาทโดยธรรม"โดยจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเสียชีวิตและ‘ไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ (ไร้พินัยกรรม)’หรือทำไว้แล้วแต่พินัยกรรมนั้นไม่สามารถใช้บังคับได้จะสามารถส่งต่อมรดกได้แบบเดียวคือ"ทายาทโดยธรรม"ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1629
สำหรับการแบ่งกองมรดกของทายาทโดยธรรมแบ่งตามลำดับชั้นซึ่งประกอบด้วย 6 ลำดับ ดังต่อไปนี้
“คู่สมรส”จะถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมโดยต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น และต้องดูว่าทรัพย์สินนั้นเป็น‘สินส่วนตัว’หรือ‘สินสมรส’ถ้าเป็น ‘สินสมรส’ จะต้องแบ่งให้คู่สมรสครึ่งหนึ่งก่อน ส่วนที่เหลือจึงเป็นมรดกที่ส่งต่อให้ทายาทโดยธรรมตามลำดับชั้นแต่จะได้จำนวนเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าคู่สมรสได้รับมรดกร่วมกับทายาทโดยธรรมลำดับชั้นไหน ดังนี้ (กรณีมีทั้ง ลำดับที่ 1 และ 2 ร่วมกัน คู่สมรสจะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน) โดยการรับมรดกตามกฎหมายของคู่สมรสสามารถแบ่งได้ตามตารางด้านล่างนี้
“อย่างไรก็ตามการส่งต่อมรดกขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์หรือความต้องการของแต่คนว่าต้องการส่งต่อให้ใครและจำนวนเท่าไหร่ ถ้าหากเห็นว่าการส่งต่อให้กับ‘ทายาทโดยธรรม’ตามลำดับของกฎหมายสอดคล้องกับความต้องการของเราแล้ว ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องทำพินัยกรรม แต่ถ้าหากต้องการส่งต่อให้กับคนใดคนหนึ่งตามจำนวนที่ต้องการ การส่งต่อมรดกแบบ‘ทายาทโดยพินัยกรรม’นั้นจะเหมาะสมกว่า”
เมื่อเราได้เรียนรู้หลักทางกฎหมายเกี่ยวกับ “การแบ่งมรดก” ด้วย‘ทายาทโดยธรรม’ ไปแล้ว ในบทความถัดไปจะนำกระบวนการขั้นตอนในการปฏิบัติจริง มาแบ่งปันกันค่ะ
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทยFacebook Fanpageและ www.tfpa.or.th
