ระหว่าง “Index Mutual Fund” กับ “Index ETF” แบบไหนดีกว่ากัน?

เชื่อว่าหลายคนที่ต้องการลงทุนโดยให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีหลักทรัพย์ น่าจะมีคำถามในใจว่า ระหว่างการซื้อกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเลียนแบบดัชนีหลักทรัพย์ (Index Mutual Fund) กับการซื้อกองทุน ETF (Exchange Traded Fund หรือ กองทุนเปิดที่จดทะเบียนซื้อขายได้สะดวกในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้น) ที่เกาะดัชนีหลักทรัพย์ (Index ETF) แบบไหนน่าจะเหมาะกว่ากัน บทความนี้จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้กับทุกท่านกันครับ

มาทำความเข้าใจในเรื่องความเหมือนและความต่างระหว่างทั้งสองกองทุนกันก่อน

ลักษณะของกองทุน

ทั้ง“Index Mutual Fund”และ“Index ETF”มีการลงทุนตามนโยบายการลงทุนเหมือนกัน เช่นลงทุนเลียนแบบดัชนี SET50 ลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน หรือลงทุนในทองคำแท่ง เป็นต้น

กลยุทธ์การลงทุน

ทั้งสองประเภทใช้กลยุทธ์‘การลงทุนเชิงรับ (Passive Strategy)’โดยผู้จัดการกองทุนจะพยายามสร้างผลตอบแทนและความเสี่ยงให้ใกล้เคียงกับดัชนีเปรียบเทียบให้มากที่สุด หมายความว่า ถ้ากองทุนต้องการเลียนแบบดัชนี SET100 หากดัชนีเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น 8% กองทุนก็ควรจะมีอัตราผลตอบแทน 8% หรือใกล้เคียง 8% ให้มากที่สุด

การซื้อขาย

“ความแตกต่าง” หลักของกองทุนทั้งสองประเภทอยู่ที่การซื้อขายโดยที่

  • Index Mutual Fundสามารถซื้อผ่านผู้สนับสนุนการขายเป็นหลัก เช่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และตัวแทนขายอิสระอื่นๆ ซึ่งรายการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเวลาที่กำหนดจะได้รับราคา (NAV) เดียวกัน‘ณ สิ้นวันทำการ’
  • สำหรับIndex ETFนักลงทุนสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้สองช่องทางคือ

    • ซื้อในตลาดรองบนกระดานหลักทรัพย์ผ่านบัญชีหลักทรัพย์ โดยซื้อขายได้ราคาระหว่างวัน ‘ทันที’ทั้งนี้ราคาที่ซื้อขายนั้นอาจแตกต่างจากมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนได้ ขึ้นอยู่กับ Demand และ Supply รวมถึงสภาพคล่อง ด้วย ต่างจากIndex Mutual Fund ที่ไม่ว่าคุณจะซื้อเวลาใดก็ตาม จะได้ราคาตอนสิ้นวันเท่านั้น
    • ซื้อขายในตลาดแรกผ่านผู้ร่วมค้าหน่วยลงทุน (Participant dealer) ซึ่งสามารถซื้อขายได้ราคาระหว่างวันโดยดูจากราคาอ้างอิง iNAV (Indicative Net Asset Value คือ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยลงทุนโดยประมาณ) ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนประกาศ

จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน

  • จำนวนเงินขั้นต่ำสำหรับลงทุนผ่านIndex Mutual Fundถูกกำหนดโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ซึ่งระบุไว้ใน Fund Fact Sheet ของแต่ละกองทุน เช่น 1 บาท 500 บาท หรือ 1,000 บาท เป็นต้น
  • กรณีIndex ETFนั้น ถูกกำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์ผ่านจำนวนหน่วยขั้นต่ำที่ 100 หน่วย และทวีคูณของ100 หน่วย โดยไม่ได้ระบุในเรื่องของจำนวนเงิน เช่น หาก Index ETF ณ เวลาที่ทำการซื้อขายกันราคา 8.26 บาทต่อหน่วย จำนวนเงินขั้นต่ำก็จะเป็น 100 หน่วย x 8.26 บาทต่อหน่วย = 826 บาท เป็นต้น ส่วนการซื้อผ่านผู้ร่วมค้าหน่วยลงทุนจะมีขั้นต่ำค่อนข้างสูง เช่น 1 ล้านหน่วย เป็นต้น

ค่าธรรมเนียม

หากเทียบค่าใช้จ่ายของกองทุนแล้ว ทั้งสองประเภทมีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการกองทุนค่อนข้างใกล้เคียงกันและที่สำคัญคือต่ำกว่ากองทุนที่มีกลยุทธ์เชิงรุก (Active Strategy) เช่น กองทุนเลียนแบบดัชนี SET50 ค่าบริหารจัดการอยู่ที่ประมาณ 0.50% ต่อปี แต่หากเป็นกรณีกองทุนรวมหุ้นเชิงรุกในตลาดหุ้น ค่าบริหารจัดการจะอยู่ที่ประมาณ 1.50% ต่อปี เป็นต้น

ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ที่เรียกเก็บจากผู้ลงทุน

  • Index Mutual Fundบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะเป็นผู้กำหนด เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยน 10% ของเงินลงทุน
  • ส่วนค่าใช้จ่ายในการซื้อขายของIndex ETFนั้น ขึ้นอยู่กับค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งแตกต่างกันระหว่างผู้ให้บริการ และปริมาณการซื้อขาย นอกจากนี้แล้วผู้ลงทุนยังสามารถทำรายการซื้อขายโดยตรงผ่านผู้ร่วมค้าหน่วยลงทุน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายระบุไว้ชัดเจนเช่นกัน

“จากความเหมือนและความต่างของ Index Mutual Fund และ Index ETF พอจะสรุปได้ว่า กรณีนักลงทุนต้องการลงทุนโดยให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีหลักทรัพย์ สามารถเลือกได้ทั้งสองกองทุนเนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนี และมีอัตราค่าใช้จ่ายรวมที่ต่ำเช่นกันแต่ในการซื้อ Index ETF ผู้ลงทุนจะได้ราคา NAV ระหว่างวันทันที ต่างจาก Index Mutual Fund ที่จะได้ราคา NAV ณ สิ้นวันทำการ”

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการระบุเงินลงทุนที่ชัดเจน เช่น 1,000 บาทต่อเดือนIndex Mutual Fundจะเหมาะสมกว่า ต่างจากIndex ETFที่ผู้ลงทุนจะถูกกำหนดด้วยจำนวนทวีคูณในการซื้อที่ 100 หน่วย ซึ่งราคาต่อหน่วยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

เปรียบเทียบกันในเรื่อง “ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย”

  • กรณีที่จำนวนเงินลงทุนไม่มากIndex Mutual Fundค่าใช้จ่ายในการซื้อขายจะถูกกว่า
  • แต่สำหรับนักลงทุนรายใหญ่การซื้อIndex ETFผ่านบัญชีหลักทรัพย์ หรือการขอซื้อหน่วยผ่านผู้ร่วมค้าฯ มีแนวโน้มเสียค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ถูกกว่า

“อย่างไรก็ตามการซื้อขายIndex ETF ในกระดานหลักทรัพย์ควรพิจารณาด้วยว่ามีความใกล้เคียงและเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับสินทรัพย์อ้างอิงหรือไม่ เพราะในยามที่ตลาดปรับตัวรับข่าวเกินกว่าที่ควรจะเป็น ราคาของ ETF ระหว่างวันอาจผันผวนออกจากราคา NAV ณ สิ้นวันอย่างมาก ซึ่งเป็นความเสี่ยงและอาจสร้างความเสียหายต่อผู้ลงทุนได้ นอกจากนี้ยังควรพิจารณาถึงสภาพคล่องของ ETF นั้นๆ ว่าสามารถแปลงสภาพเป็นเงินสดได้ในยามต้องการหรือไม่”

จะเห็นได้ว่าทั้งสองกองทุนนั้น แม้จะมีนโยบายลงทุนที่เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างที่ผู้ลงทุนควรศึกษา และเลือกให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และแผนการลงทุนของตนเองด้วยครับ

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทยFacebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us