เริ่มทำงาน “ออมผ่าน PVD” 15% ตั้งแต่เริ่มทำงานเดือนแรกถึงเกษียณ...“เงินเกษียณ” จะพอมั้ย?
Wealth EZ: เพื่อให้เห็นภาพหลังเกษียณควรเตรียมค่าใช้จ่ายเดือนละเท่าไร ปีละเท่าไร ตลอดช่วงหลังเกษียณถึงอายุขัย (ประมาณการอายุปู่ย่าตายาย บวกอีก 5-10 ปี) โดยมีสมมติฐานว่า หมดภาระค่างวดผ่อนชำระทั้งหมด หมดภาระอุปการะครอบครัว ใช้สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลรัฐกรณีป่วยหนัก ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นมาตรฐานการครองชีพของคนที่เกษียณจากบริษัทเอกชน

“จากตัวอย่างค่าใช้จ่ายหลังเกษียณนี้จะเห็นว่า เราต้องมีเงินเตรียมก่อนเกษียณ ‘ไม่ต่ำกว่า 6 ล้านบาท’ จำนวนเงินมากพอสมควร หลายคนอาจจะคิดไม่ถึง การจะมีเงินออมก้อนใหญ่แบบนี้เราจำเป็นต้องเริ่มออมให้เร็วที่สุด และต้องมีปัจจัยประกอบคือ เก็บให้ถูกที่ มีผลตอบแทนที่ช่วยเพิ่มค่าเงิน และมีระยะเวลาที่ยาวพอ”
ที่เก็บที่แนะนำคือ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (PVD - Provident Fund) สำหรับคนที่ทำงานบริษัทที่ให้สวัสดิการนี้ หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF – Retirement Mutual Fund) สำหรับคนที่บริษัทไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เราลองมาดูว่าเงินที่เราออมตั้งแต่ “เริ่มทำงานถึงวันที่เกษียณ” เทียบกับเริ่มออมตอนอายุ 45 ปี และ 50 ปี จะเป็นอย่างไร ฉากทัศน์ที่เราแสดงให้ดูมี 5 แบบ
-
เริ่มออมอายุ 22-60 ปีต่อเนื่อง ทำงานที่เดียวตั้งแต่เรียนจบ
-
เริ่มออมอายุ 22-60 ปีต่อเนื่อง เปลี่ยนงานอายุ 45 ถอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใช้วัตถุประสงค์อื่น
-
เริ่มออมอายุ 22-60 ปีต่อเนื่อง เปลี่ยนงานอายุ 50 ถอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใช้วัตถุประสงค์อื่น
-
เริ่มออมอายุ 22-60 ปีต่อเนื่อง เปลี่ยนงานอายุ 45 โอน PVD ที่ทำงานใหม่หรือโอนไปออมต่อที่ RMF for PVD
-
เริ่มออมอายุ 22-60 ปีต่อเนื่อง เปลี่ยนงานอายุ 50 โอน PVD ที่ทำงานใหม่หรือโอนไปออมต่อที่ RMF for PVD
“สำหรับคนที่ทำงานประจำกับบริษัทที่มีสวัสดิการ ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ ให้ จะรู้ว่าเงินออมก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานคือเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และที่น่าเสียดายคือหลายคนย้ายงาน จะนำเงินก้อนนี้ออกมาไปใช้จ่ายด้วยวัตถุประสงค์อื่น เรามาดูกันว่าการสะสมเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน ส่วนของลูกจ้างสะสม 15% ของเงินเดือน ถึงวันที่เกษียณจะเป็นอย่างไร”
“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (Provident Fund) คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณอายุ ออกจากงาน ทุพพลภาพ หรือเป็นหลักประกันแก่ครอบครัวกรณีที่ลูกจ้างเสียชีวิต (ข้อมูลจาก https://www.thaipvd.com/Home/Index) โดยหักจากเงินเดือนพนักงานสะสม และนายจ้างสมทบ

ตัวอย่าง 1
เริ่มต้นทำงานอายุ 22 ปี ถึงเกษียณตอนอายุ 60 ปี เงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท เงินเดือนเพิ่มเฉลี่ย 5% ต่อปี พนักงานคนนี้เริ่มหักสะสม 15% ของเงินเดือนตั้งแต่ทำงานเดือนแรก นายจ้างสมทบให้ 3% ของเงินเดือน อัตราผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ย 5% ต่อปี** วันที่เกษียณอายุ 60 ปี มูลค่ากองทุนประมาณ 7,600,000 บาท

ตัวอย่างที่ 2
มีการย้ายงาน และนำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ถอนออกมาไปใช้วัตถุประสงค์อื่น ทำงานบริษัทสุดท้ายก่อนเกษียณอายุ โดยเริ่มงานตอนอายุ 45 ปี เดือนละ 70,000 บาท อัตราการเพิ่มเงินเดือนเฉลี่ยปีละ 5% ตั้งใจจะสะสม 15% ถึงวันที่เกษียณอายุ 60 ปี นายจ้างสมทบให้ 3% อัตราผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ย 5% ต่อปี วันที่เกษียณอายุ 60 ปี มูลค่ากองทุนประมาณ 4,600,000 บาท

ตัวอย่างที่ 3
มีการย้ายงานเงินเดือนทีทำงานใหม่ 70,000 บาท ปัจจุบันอายุ 45 ปี อัตราการเพิ่มเงินเดือนเฉลี่ยปีละ 5% และนำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโอนไปบริษัทใหม่ 2,300,000 บาท ตั้งใจจะสะสมถึงวันที่เกษียณอายุ 60 ปี วันที่เกษียณอายุ 60 ปี มูลค่ากองทุนประมาณ 9,300,000 บาท

ตัวอย่างที่ 4
มีการย้ายงาน และนำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ถอนออกมาไปใช้วัตถุประสงค์อื่น มาเริ่มงานที่ใหม่ตอนอายุ 50 ปี เงินเดือน ๆ ละ 100,000 บาท อัตราการเพิ่มเงินเดือนเฉลี่ยปีละ 5% ตั้งใจจะสะสม 15% ถึงวันที่เกษียณอายุ 60 ปี นายจ้างสมทบให้ 3% อัตราผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ย 5% ต่อปี วันที่เกษียณอายุ 60 ปี มูลค่ากองทุนประมาณ 3,400,000 บาท

เปรียบเทียบ “ไม่โอนและโอน” เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากที่ทำงานเดิมสะสมต่อที่ทำงานใหม่ หรือโอนไปออมต่อที่ RMF for PVD


“จะเห็นว่าการออมต่อเนื่องระยะยาว จะช่วยให้มีเงินเกษียณมากกว่าที่มาเริ่มออมใน 10 ปี หรือ 15 ปีสุดท้ายของการทำงาน เนื่องจากฐานเงินออมก้อนใหญ่ และมีระยะเวลาที่ยาวพอ มีผลกับผลประโยชน์ (ผลตอบแทนจากการลงทุน) ที่แตกต่างกัน”
ถ้าที่ทำงานใหม่ “ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เราสามารถโอนย้ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปลงทุนต่อกับ “RMF for PVD” หรือถ้าใครที่ทำงานกับบริษัทที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำงานอิสระ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจ ท่านก็สามารถสร้างกองทุนเกษียณได้ด้วยตัวเองโดยออมผ่าน “RMF” ซึ่งปัจจุบันได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 30% ของรายได้ต่อปี ไม่เกิน 500,000 บาท โดยเริ่มออมตั้งแต่เดือนแรกที่มีรายได้ 18% ของรายได้ต่อเดือน*** ถึงวันเกษียณ จะมีเงินสะสมรวมผลประโยชน์จากการลงทุนก้อนโตที่ทำให้อุ่นใจในวัยเกษียณอายุ
***18% เสมือนกันสะสมเอง 15% และบริษัทสมทบ 3% ตามตัวอย่างข้างต้น โดยผู้มีเงินได้ออมด้วยเงินรายได้ของตนเองทั้งจำนวน
หมายเหตุ หากต้องการคำนวณด้วยตนเอง สามารถ Download Application “Financial Calculators” ได้

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th
