เรื่องต้องรู้...ก่อนซื้อ “กองทุน IPO” !!!

Wealth EZ: มีนักลงทุนหลายคนอาจเข้าใจว่าถ้าไม่ซื้อกองทุนรวมที่เปิดขายวันแรก หรือที่เรียกว่า “กองทุน IPO อาจจะสายเกินไป คำตอบคือ การลงทุนไม่มีคำว่าสายเกินไป ขอเพียงแค่ศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ ถามตัวเองให้ดีๆ เพราะหากกระโดดเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าอาจได้รับความเสียหาย


“ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงและทำให้แผนการลงทุนบรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้ ก่อนตัดสินใจซื้อ กองทุน IPO’ ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน โดยอันดับแรกต้องถามตัวเองก่อนว่า กองทุนที่จะซื้อ ‘ใช่ที่ต้องการหรือไม่ เช่น ต้องการลงทุนหุ้นก็ต้องซื้อกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น ต้องการลงทุนตราสารหนี้ก็ต้องซื้อกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ เป็นต้น”  


โดยข้อมูลที่นักลงทุนสามารถศึกษาได้เบื้องต้น คือ เอกสารที่เรียกว่า Fund Fact Sheet หรือ “หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ” ซึ่งจะให้ข้อมูลสำคัญต่างๆ ที่ควรทราบเกี่ยวกับกองทุนรวมนั้นๆ เพื่อนำมาใช้พิจารณาว่าการลงทุนใน กองทุน IPO’ ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนหรือไม่ มีดังนี้


Theme การลงทุน หรือกรอบในการคัดเลือกสินทรัพย์ลงทุน เช่น กลุ่มพลังงานสะอาด กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มตราสารหนี้ กลุ่มตลาดกำลังพัฒนา เป็นต้น โดยนำมาพิจารณาว่า Theme ดังกล่าวอยู่ในความสนใจของตัวเองหรือไม่ แตกต่างหรือเหมือนกับกองทุนรวมที่มีอยู่แล้วในพอร์ตอย่างไร จากนั้นก็อ่านข้อมูลสินทรัพย์ลงทุนนั้นๆ ว่ามีแนวโน้มการเติบโตเป็นอย่างไร


นโยบายการลงทุน โดยศึกษาว่า “กองทุน IPO นั้นลงทุนในสินทรัพย์อะไร เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองเดียว (Master Fund) หรือหลายกอง และมีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทเท่าไร กลุ่มสินทรัพย์ที่กองทุนจะถืออยู่ในพอร์ตมีอะไรบ้าง ทำให้สามารถติดตามสถานการณ์ข้อมูลของสินทรัพย์ลงทุนได้อย่างถูกต้อง รวมถึงติดตามการดำเนินงานของกองทุนเมื่อลงทุนไปแล้ว


กลยุทธ์การลงทุน เชิงรุกหรือเชิงรับ’ หากเป็นกองทุนเชิงรุก (Active Fund) คือ กองทุนที่ต้องการเอาชนะตลาดหรือดัชนีชี้วัด (Benchmark) ด้วยการหาสินทรัพย์ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาด โดยใช้ทักษะฝีมือของผู้จัดการกองทุนมาเป็นตัวตัดสิน ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้ง่ายตามสภาวะของตลาดในขณะนั้นๆ ส่วนกองทุนเชิงรับหรือกองทุนอิงดัชนี (Index Fund) เป้าหมาย คือ พยายามเลียนแบบให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ให้มากที่สุด


ระดับความเสี่ยงของกองทุน ควรนำมาเปรียบเทียบว่ามากหรือน้อยกว่าระดับความเสี่ยงที่ตัวเองสามารถยอมรับได้ ด้วยการทำแบบประเมินความเสี่ยง หมายความว่า ก่อนซื้อ “กองทุน IPO ต้องรู้ระดับความเสี่ยงของตัวเองก่อน เช่น ถ้ารับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูงก็สามารถลงทุนกองทุนหุ้นได้ แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้ต่ำก็ควรเน้นลงทุนกองทุนตราสารหนี้




ผลตอบแทนย้อนหลังเทียบกับ
 Benchmark เนื่องจาก “กองทุน IPO เป็นการระดมทุนไปลงทุนสินทรัพย์ลงทุนที่มีอยู่แล้วในตลาด โดยสามารถดูผลตอบแทนย้อนหลังของสินทรัพย์ลงทุนนั้น ๆ จากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ซึ่งจะมีการแสดงผลตอบแทนย้อนหลัง


ข้อมูลประกอบอื่นๆ เช่น เป็นกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลหรือไม่ เป็นกองทุนเปิดทั่วไปหรือกองทุนปิด มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือไม่ หรือหากไปลงทุนต่างประเทศ ลงทุนด้วยสกุลเงินอะไร และมีการป้องกันอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ เป็นต้น



ข้อดีของการซื้อ “กองทุน
 IPO

  • “กองทุน IPO มักจะมี Theme การลงทุนที่ตอบโจทย์เทรนด์เศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันและอาจมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต

  • ทันโปร:บริษัทผู้ออกกองทุน มักจะมีส่วนลดค่าธรรมเนียมกองทุนให้หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมกองทุนในช่วง IPO ทำให้นักลงทุนมีต้นทุนที่ถูกลงและมีโอกาสในการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้น 

  • ทันเพื่อน:ในการยื่นขอออก “กองทุน IPO บริษัทผู้ออกกองทุนจะมีการกำหนดจำนวนเงินลงทุนของโครงการเอาไว้ ดังนั้น กองทุนที่ได้รับความนิยมเพราะประเมินว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ดีในอนาคตอาจถูกจองซื้อหมดไปตั้งแต่ช่วง IPO และหากมีนโยบายลงทุนที่สอดคล้องกับสไตล์การลงทุนของตัวเองก็ไม่ควรพลาดการลงทุนในช่วง IPO


ข้อเสีย “กองทุน
 IPO

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าราคา “กองทุน IPO 10 บาทต่อหน่วย เป็นราคาที่ถูก” เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกันที่ซื้อขายอยู่ในตลาดแล้วและมีราคามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ต่อหน่วยที่สูงกว่า 10 บาท ซึ่งความเป็นจริงเมื่อกองทุน IPO ดำเนินงานมาเรื่อย ๆ ราคา NAV ต่อหน่วยอาจสูงหรือต่ำกว่า 10 บาทต่อหน่วยก็ได้ โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ NAV นั้นมีหลากหลาย เช่น คุณภาพของสินทรัพย์ลงทุน ความสามารถของผู้จัดการกองทุน หนี้สินและค่าใช้จ่าย หรือการจ่ายเงินปันผล


ดังนั้น การซื้อ “กองทุน IPO” ไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ง่าย เพราะต้องศึกษาข้อมูลไม่ต่างจากการซื้อกองทุนที่ขายอยู่ในตลาด เพราะการตัดสินใจซื้อกองทุนสักกองก็ต้องเลือกให้ถี่ถ้วน เพราะถ้าเลือกกองผิดตั้งแต่เริ่มต้น อาจทำให้พอร์ตลงทุนโดยรวมรวนเรได้


ที่มา: www.setinvestnow.com, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

ฉัตรี ชุติสุนทรากุล

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us