“สุดยอดคัมภีร์”...เงื่อนไขการซื้อขาย ‘RMF’

“กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “กองทุน RMF” เป็นอีกหนึ่งประเภทกองทุนที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้ลงทุนเพราะยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว คือได้ทั้งออมเงินเพื่อการเกษียณและได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยสิทธิประโยชน์ทางภาษีนั้นมี 2 ส่วน คือ


1.สิทธิประโยชน์ “ขาซื้อ” ผู้ลงทุนสามารถนำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนของ ‘กองทุน RMF’ มาถือเป็นเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือสามารถนำเงินค่าซื้อหน่วยฯ มาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ของปีที่ซื้อ โดยมีเงื่อนไขที่นักลงทุนต้องปฏิบัติตามดังนี้

  • ความถี่ในการซื้อ : ต้องซื้อทุกปี โดยระงับการซื้อไม่เกิน 1 ปีติดต่อกันเช่น ถ้ามีเงินได้ทุกปี ถ้าซื้อ RMF ปี 2561 ระงับการซื้อในปี 2562 จะต้องทำการซื้อในปี 2563

  • ระยะเวลาในการถือเงินลงทุน : ต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก นับแบบวันชนวันและจะนับเฉพาะปีที่มีการลงทุน (ไม่นับปีที่ระงับการลงทุน) และจะต้องถือหน่วยลงทุนไว้จนกว่าจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์


  • จำนวนเงินในการซื้อขั้นต่ำ : ในอดีตมีเงื่อนไขเรื่องการลงทุนขั้นต่ำว่าผู้ลงทุนจะต้องซื้อหน่วยลงทุนในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3% ของเงินได้พึงประเมินหรือไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท

 

“แต่ตั้งปีพ.ศ. 2563 เงื่อนไขนี้ได้ถูกยกเลิกไป จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ จึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการลงทุนของแต่ละกองทุนที่ท่านเลือกซื้อ”

ผู้ลงทุนต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขข้างต้นครบทั้ง 3 ข้อ (ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ได้ยกเลิกเงื่อนไขเรื่องเงินลงทุนขั้นต่ำ) จึงจะถือว่าปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ “ขาซื้อ” ของการลงทุนใน RMF ซึ่งหมายความว่าผู้ลงทุนต้องมีการซื้อ RMF ต่อเนื่องทุกปีจนกว่าจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ (ระงับการซื้อได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน) ทั้งนี้ต้องมีการ ‘ซื้อไม่น้อยกว่า 5 ปี’

“เช่น ถ้านายเอเริ่มซื้อ RMF ครั้งแรกเมื่ออายุ 30 ปี ก็จะต้องทำการซื้อต่อเนื่องทุกปี (ระงับการซื้อได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน) จนอายุครบ 55 ปีจึงจะไม่ผิดเงื่อนไขสำหรับสิทธิประโยชน์ ‘ขาซื้อ’ ส่วนนายบีเริ่มซื้อ RMF เมื่ออายุ 52 ปี นายบียังคงต้องซื้อต่อเนื่องแม้ว่าจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์แล้ว จนกว่าจะมีการซื้อครบ 5 ปี โดยไม่มีการระงับการลงทุนเกิน 1 ปีติดต่อกันนั่นเอง”

ถ้าผู้ลงทุนปฏิบัติผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งใน 3 ข้อ ถือว่าปฏิบัติผิดเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์ “ขาซื้อ” จึงต้องคืนภาษีที่ประหยัดได้จากการหักค่าซื้อ RMF เป็นค่าลดหย่อนโดยยื่นแบบแสดงรายการคำนวณภาษีเงินได้ใหม่ 5 ปีย้อนหลัง และอาจต้องชำระเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (แต่ไม่เกินค่าภาษี)


นอกจากนี้เงื่อนไข 3 ข้อข้างต้น ยังมีเงื่อนไขเรื่อง “วงเงินสูงสุด” ที่ผู้ลงทุนจะสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ โดยวงเงินสูงสุดคือ 30% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี (15% สำหรับการซื้อก่อนปี 2563) แต่เมื่อรวมกับเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน (กองทุนครูเอกชน) เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) แล้วต้อง ไม่เกิน 500,000 บาท


“ถ้าผู้ลงทุนทำผิดเงื่อนไขข้อนี้ คือ ซื้อเกินวงเงิน จะไม่ส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องคืนเงินภาษีย้อนหลัง 5 ปีเหมือนกับการผิดเงื่อนไข 3 ข้อข้างต้น แต่ส่วนที่ซื้อเกินวงเงินจะไม่รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกล่าวคือ ไม่สามารถนำส่วนที่เกินมาหักลดหย่อนได้”

2.สิทธิประโยชน์ “ขาขาย” ผู้ลงทุนจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากกำไร (capital gain) ที่ได้รับจากการขายหน่วยลงทุนของกองทุน RMF (หากถือหน่วยลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากการซื้อครั้งแรก) โดยผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเหมือนกับเงื่อนไขสำหรับการได้รับสิทธิประโยชน์ “ขาซื้อ” ทุกข้อ โดยมีข้อยกเว้นเรื่องเดียวคือผู้ลงทุนไม่จำเป็นจะต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ณ ตอนที่ขาย


“สมมติตัวอย่างกรณีของนายเอข้างต้น ถ้านายเอเริ่มซื้อ RMF ครั้งแรกเมื่ออายุ 30 ปี โดยซื้อต่อเนื่องทุกปี แต่เมื่ออายุ 40 ปี (ลงทุนมาแล้ว 10 ปี) ต้องการใช้เงินด่วน จึงทำการขาย RMF ในกรณีนี้นายเอไม่ได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไข ‘ขาขาย’ เพราะถือหน่วยลงทุนมาแล้วเกิน 5 ปี ดังนั้นกำไรที่ได้จากการขายจะได้รับยกเว้นภาษี แต่นายเอปฏิบัติผิดเงื่อนไข ‘ขาซื้อ’ เพราะซื้อไม่ถึงอายุ55 ปีหรือขายก่อนอายุ 55 ปีบริบูรณ์ จึงต้องคืนเงินภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนในช่วง 5 ปีย้อนหลังให้แก่กรมสรรพากร”


ส่วนนายบีซึ่งเริ่มซื้อ RMF เมื่ออายุ 52 ปี มีการซื้อต่อเนื่องทุกปีจนอายุ 55 ปีต้องใช้เงินกะทันหัน จึงได้ขาย RMF นายบีได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขทั้งสิทธิประโยชน์ “ขาซื้อ” และ “ขาขาย” เพราะนายบีซื้อ RMF ไม่ครบ 5 ปีถึงแม้ว่านายบีจะอายุครบ 55 ปีแล้วก็ตาม ดังนั้นนายบีจะต้องเสียภาษีจากกำไรจากการขาย (capital gain) และต้องคืนเงินภาษีที่ได้นำค่าซื้อ RMF ไปหักลดหย่อนด้วย


จะเห็นว่าเงื่อนไขการลงทุนสำหรับสิทธิประโยชน์ “ขาขาย” เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ “ขาซื้อ” เพราะฉะนั้นถ้าผู้ลงทุนซื้อขาย RMF แบบไม่ผิดเงื่อนไข “ขาซื้อ” ก็จะส่งผลให้ไม่ผิดเงื่อนไข “ขาขาย” ด้วย ในบทความหน้าผู้เขียนจะแบ่งปัน 3 เทคนิคง่ายๆ เพื่อผู้ลงทุนซื้อและขาย RMF อย่างปลอดภัยจากการทำผิดเงื่อนไขของกรมสรรพากรค่ะ


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

ธัญญพัทธ์ วรวงษ์สถิตย์

CFA, CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us