Official Update :

สร้างภูมิคุ้มกันการเงิน...ด้วย “วัคซีนประกันชีวิต” !!!

Wealth EZ: เวลาพูดถึง “ประกันชีวิต” คงเคยได้ยินบางคนบอกว่ามีเยอะแล้ว เข้าแบงก์ทีก็มีเพิ่มมาเล่มนึง เราเคยมานั่งคิดจริงๆ ไหมครับว่า ประกันชีวิตสำหรับตัวเราเองมีไว้ทำอะไร และมีเท่าไรเรียกว่าพอ วันนี้จะมาชวนคิดกันเรื่องนี้ครับ


คนเราทำประกันชีวิตด้วยหลากหลายความต้องการ บ้างก็ทำเพื่อลดภาษี พยายามให้ได้ครบ 1 แสนบาท พอดีแบบไม่ขาดไม่เกินพอส่งครบก็หาเติมอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ ทุกปี อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งประโยชน์ทางภาษีที่เราได้จากการทำ “ประกันชีวิต” หรือ “ประกันสุขภาพ” ตามเงื่อนไขที่ทางรัฐเปิดสิทธิให้ แต่เราเคยมาย้อนดูไหมครับว่าจริงๆ เราทำประกันชีวิตเพระต้องการความคุ้มครองจากประกันชีวิตจริงๆ รึเปล่า  ก่อนจะทำ “ประกันชีวิต” อยากให้ทุกคนลองพิจารณาจากคำถามเหล่านี้กับตัวเองก่อน

  1. ถ้าเราไม่อยู่ในวันนี้มีใครเดือดร้อนบ้าง หรือได้รับผลกระทบจากที่เราไม่สามารถหาเงินมาส่งเสียเลี้ยงดูเขาเหล่านั้นได้ หรือต้องชดใช้หนี้สินที่เราก่อไว้แทนเรา

  2. ประเมินมูลค่าออกมาเป็นตัวเงินจากการที่เราไม่อยู่ แล้วรายได้ขาดหายไปตามระยะเวลาที่เหลือถ้าเรายังทำงานได้ต่อ


“ทั้งสองคำถาม จะนำมาสู่การคำนวณว่าเราควรมีประกันชีวิตหรือค่าตัวเท่าไรในวันนี้และอนาคต


ซึ่งอาจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในสองข้อเป็นเกณฑ์หรือนำมารวมกันก็ได้ครับถ้าเรามีกำลังมากพอ เพราะ


โดยปกติตัวเลขของข้อ 2 มักจะมากกว่าข้อ 1 โดยเฉพาะคนที่มีเวลาทำงานเหลืออยู่ยาวๆ และรายได้สูงๆ”


เมื่อเราได้ตัวเลขที่ต้องการแล้ว ข้อสำคัญคือการนำตัวเลขดังกล่าวมาหักลบกับทรัพย์สินที่เราเตรียมไว้แล้ว ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเลือกคำนวณทุนประกันชีวิตแบบข้อ 1  ของผู้ชายวัย 43 ปี เป็นหัวหน้าครอบครัว

  • ภาระค่าเทอมลูกที่ต้องดูแล จนจบปริญญาตรี ทั้งสองคน 2 ล้านบาท

  • ภาระดูแลคุณพ่อคุณแม่จนอายุ 85 ปี  3 ล้านบาท

  • ภาระผ่อนบ้าน สินเชื่อคงค้าง 3 ล้านบาท

  • เงินกู้เพื่อการลงทุนในธุรกิจ วงเงิน 5 ล้านบาท


หัก
ทรัพย์สินที่เตรียมไว้แล้ว  มูลค่า 5 ล้านบาท  (ไม่รวมที่อยู่อาศัย)


คงเหลือ   มูลค่าทุนประกันที่ขาดอยู่   8  ล้านบาท 


เมื่อได้ตัวเลขเป้าหมายแล้ว จึงนำไปเลือกแบบประกันและเบี้ยประกันที่ตอบโจทย์กับความต้องการต่อไป ซึ่งในที่นี้จะขอเปรียบเทียบแบบประกันชีวิต 2 แบบหลักๆ ที่นิยมนำมาใช้เพื่อการวางแผนค่าตัวหรือประกันชีวิต ระหว่างแบบ “ตลอดชีพ” และ “ยูนิตลิ้งค์” โดยมีใจความสำคัญของแต่ละแบบดังนี้




ในขณะที่แบบประกันประเภทยูนิตลิ้งค์  จะมีมิติความแตกต่างกันในอีกรูปแบบ คือ




“เมื่อเทียบกัน 2 แบบ ระหว่าง ประกันชีวิตแบบตลอดชีพและยูนิตลิ้งค์ จะพบได้ว่าเราสามารถเลือกให้สอดรับกับความต้องการทุนประกันชีวิตที่แตกต่างของเราได้  โดยคนที่ชอบความแน่นอน คือกำหนดระยะเวลาส่งเบี้ยและความคุ้มครองที่คงที่ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายของชีวิต อาจตัดสินใจเลือกแบบประกันตลอดชีพทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจจะต้องนำมาพิจารณาคือค่าเบี้ยประกัน ซึ่งมักสูงกว่าเบี้ยประกันชีวิตแบบยูนิตลิ้งค์กว่า 2 เท่า โดยประมาณ ( ขึ้นอยู่กับอายุและเพศ )”  


จากกรณีที่ยกตัวอย่างข้างต้น ชายอายุ 43  ปี มีความต้องการทุนประกัน ส่วนขาดอยู่ 8 ล้านบาท  เมื่อพิจารณาจากเบี้ยประกันด้วยทุนประกันที่เท่ากัน จะพบว่า “เบี้ยประกันแบบตลอดชีพ” ตกอยู่ราว 2 แสนสองหมื่นกว่าบาท ในขณะที่ “ประกันชีวิตแบบยูนิตลิ้งค์” มีค่าเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 1 แสนสองหมื่นบาท ถ้าเปรียบเทียบโดยมองมุมนี้ดูเหมือนว่ายูนิตลิ้งค์ จะได้เปรียบและมีความน่าสนใจสำหรับคนที่มีข้อจำกัดเรื่องกำลังในการส่งเบี้ย แต่เราต้องมองมุมอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น

  • ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของยูนิตลิ้งค์ ซึ่งปรับขึ้นตามความเสี่ยงของอายุและเพศ

  • อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในพอร์ตกองทุนรวมที่ผันผวน


“ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้ทุนประกันชีวิตในยูนิตลิ้งค์ไม่สามารถคงระดับความคุ้มครองให้สูงอยู่ตั้งแต่แรกจนตลอดไปได้ โดยเฉพาะในช่วงอายุสูงๆ ต้นทุนค่าใช้จ่ายการประกันภัย ที่จัดเก็บจากลูกค้าจะสูงมาก หากมูลค่ากองทุนที่ซื้อไว้ไม่ได้เติบโตจนมีมูลค่ามากพอ ก็จะถูกหักค่าใช้จ่ายจนหมดเสียก่อน ดังนั้นการใช้ ประกันชีวิตแบบยูนิตลิ้งค์ เพื่อปกป้องความเสี่ยงภัยกับหัวหน้าครอบครัวหรือผู้ที่มีรายได้หรือค่าความสามารถสูงๆ จึงนิยมทำทุนประกันสูงเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง ที่มีความจำเป็นหรือมีส่วนขาดระหว่างเป้าหมายและทรัพย์สินที่มีอยู่ เพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าวหากประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน”




แต่เมื่อหลังจากผ่านพ้นช่วงเวลานั้นแล้ว เช่นสะสมทรัพย์สินได้ใกล้เคียงเป้าหมายทางการเงินและภาระความจำเป็นแล้ว หรือภาระหนี้สินลดลงจนสามารถจัดการได้คล่องตัวขึ้นมีส่วนต่างไม่มากนัก ก็สามารถปรับลดทุนประกันลงมา เพื่อให้เงินค่าเบี้ยที่ชำระเข้ามาแต่ละปีไปลงในสัดส่วนของการลงทุนเพิ่มมากขึ้น อันจะส่งผลให้กองทุนในยูนิตลิ้งค์เติบโตได้อย่างแข็งแรงและรวดเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเงินทุนที่จะออกแบบเพื่อใช้งานด้านอื่นๆ ได้เช่น การเกษียณ เป็นต้น


ทางเลือกของประกันชีวิต จริงๆ แล้วอาจไม่ได้มีแค่สองทางที่เขียนมาข้างต้น ทางเลือกใช้ “ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา” ก็สามารถทำได้ คือยอมเสียค่าเบี้ยเหมือนกับประกันรถยนตร์ที่จ่ายทิ้งไปปีต่อปี โดยไม่ต้องนำเรื่องมูลค่าของกรมธรรม์มาเป็นปัจจัยหลัก เพราะจุดประสงค์คือความคุ้มครองที่ต้องการ ซึ่งทางเลือกแบบนี้ข้อดีคือค่าเบี้ยประกันจะน้อยกว่าสองแบบแรก และกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตามที่ต้องการได้ตามความจำเป็น


“ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเลือกทางไหนลองประเมินดูตัวเองกันก่อนนะครับว่าเรามีความจำเป็นที่ต้องมีประกันชีวิตมูลค่าเท่าไร และเรามีงบที่จะจ่ายค่าเบี้ยได้เท่าไร”


การทำประกันชีวิตก็เหมือนการเลือกรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคร้าย วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่เหมาะกับเราในปริมาณที่เหมาะสม และสามารถป้องกันโรคร้ายนั้นได้นะครับ ด้วยหวังว่าเมื่อท่านได้อ่านบทความนี้แล้ว ก็จะสามารถหาแนวทางในการเลือกวัคซีนการเงินที่รองรับความเสี่ยงภัยได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

วิริทธิ์พล กีรติวิชุกร

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT

Most Viewed
Fun of Funds
“ES-GTECHSSF” คัดเน้นๆ “หุ้นเทคฯ โลก”... พร้อมโตตาม “โลกยุคดิจิทัล” สร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว!!!
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ อีก 8 ชั่วโมง
Sustainability
แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 6 ก.ย. 69...ที่เว็บไซต์ “ก.ล.ต.” !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“Gold Fund” ปีนี้ ทรงตัวตาม “ทองโลก” ติดลบเฉลี่ย -0.72%... ส่วน “Silver Fund” บวกเล็กน้อยเฉลี่ย +2.03% เป้า “ทองคำ” ปีนี้ 4,600 – 6,300 ดอลล์ ส่วน “Silver” 70 – 85 ดอลล์ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
AWC ลุยจัดตั้ง REIT คาดยื่นไฟลิ่งเดือนก.ย. นี้ เล็งคัด 5 โครงการขายเข้ากองทรัสต์ เดินหน้าปั้นพอร์ตสินทรัพย์มูลค่า 5 หมื่นลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us